วามมั่นใจที่ไร้เหตุผล”
“ข้อควรระวังข้อที่สาม: ชื่อแก่นทองคำใช้อ้างอิงเท่านั้น ยึดผลในการต่อสู้จริงเป็นหลัก”
“เรียบร้อย!” ลู่หยางปิดหนังสืออย่างพอใจ
“ดูวิชายุทธ์ขั้นแก่นทองคำหน่อย” ลู่หยางเดินขึ้นชั้นสอง
ชั้นหนึ่งวางหนังสือชาวบ้าน และส่วนขั้นฝึกลมปราณ ขั้นสร้างฐานของวิชายุทธ์ต่างๆ
ส่วนต่อของวิชายุทธ์อยู่ชั้นสอง ชั้นสองเป็นวิชายุทธ์ขั้นแก่นทองคำและขั้นทารกแรกกำเนิด
“‘คัมภีร์สวรรค์โลกีย์’ กายอยู่ในโลกีย์ใจอยู่ในพุทธภูมิ มีเพียงการจมดิ่งในโลกีย์ สัมผัสความทุกข์ยากของมนุษย์ เจ็ดอารมณ์หกกิเลส แล้วจึงตรัสรู้อย่างแจ่มแจ้ง จึงจะทำลายแก่นสร้างทารก”
“ไม่คิดว่าเล่มแรกจะเป็นวิชานี้”
“เจ้าเคยเห็นหรือ?” ในยุคของเซียนอมตะยังไม่มีคำว่าบำเพ็ญโลกีย์ บำเพ็ญหลีกหนีโลก
“พี่ใหญ่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟัง แต่ก่อนตามท้องถนนในราชวงศ์ต้าเซี่ยมีขอทานแก่ๆ มากมายใช่ไหม? ผู้บำเพ็ญที่ฝึกวิชานี้หลายคนก็แอบปลอมตัวเป็นขอทานแก่ ปะปนอยู่ในนั้น เพราะการเป็นขอทานคือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการสัมผัสความทุกข์ยากของมนุษย์”
“แต่ก่อน? ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วหรือ?” เซียนอมตะสังเกตคำสำคัญ
ลู่หยางกลอกตา “เมื่อราชวงศ์ต้าเซี่ยพัฒนา เพิ่มผลผลิตอาหาร สร้างสถาบันสวัสดิการ ก็ไม่มีขอทานแล้ว ตอนนี้ขอทานแก่ๆ ตามถนนล้วนเป็นขั้นแก่นทองคำ”
“ข้าคาดว่าอีกไม่นาน พวกขั้นแก่นทองคำพวกนี้คงต้องเปลี่ยนวิธีสัมผัสโลกีย์แล้ว”
“พี่ใหญ่ยังบอกว่าทาง