“อ้อ ตอนนี้ข้าเป็นองครักษ์ลั่วสุ่ย ไม่ได้เป็นผู้จับกุมแล้ว”
“อ๋อ ข้าว่าอยู่ นี่ไม่ใช่เมืองหลวง การไล่ล่าผู้บำเพ็ญโบราณจะเป็นหน้าที่ของผู้จับกุมได้อย่างไร” ผู้อาวุโสที่ห้าไม่แปลกใจ หรือพูดอีกอย่างคือ ตอนนี้เขาสนใจมากกว่าว่าเมื่อไหร่จะไล่ทันผู้บำเพ็ญราชวงศ์ต้าอวี๋คนนั้น
“องครักษ์ลั่วสุ่ยคืออะไร?” ลู่หยางใช้จิตสัมผัสติดต่อเมิ่งจิ่งโจวอย่างยากลำบาก เรื่องตำแหน่งของราชวงศ์ต้าเซี่ย เขาเข้าใจน้อยกว่าเมิ่งจิ่งโจวมาก
หลี่หาวเหรินและชิ่นเหยียนเหยียนก็อยากรู้ใช้จิตสัมผัสฟังด้วย จริงๆ แล้วชิ่นเหยียนเหยียนเคยได้ยินมารดาพูดถึง แต่ก็ยังรู้ไม่มากเท่าเมิ่งจิ่งโจว
“องครักษ์ลั่วสุ่ยเป็นหน่วยงานพิเศษที่ราชวงศ์ต้าเซี่ยตั้งขึ้น รับผิดชอบจับกุมผู้บำเพ็ญที่ทำความชั่ว เช่น ลัทธิมาร ผู้บำเพ็ญชั่วที่รังแกผู้อื่น ผู้บำเพ็ญโบราณที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์ เป็นต้น”
“เจ้ายังจำเรื่องเรื่องผีในเมืองผ้าป่านได้ไหม หลังจากพวกเรากับเจ้าสำนักหนีไป รายงานเรื่องในเมืองผ้าป่านให้ราชสำนัก ราชสำนักส่งองครักษ์ลั่วสุ่ยไปจัดการปัญหาที่เหลือ”
“หลังจากที่ตั้งใหญ่ของลัทธิอมตะถูกโจมตีแตก ภารกิจกวาดล้างสาขาต่างๆ ของลัทธิอมตะก็เป็นองครักษ์ลั่วสุ่ยที่ทำ”
“หัวหน้าอวี้ผู้นี้ข้าเคยได้ยินชื่อ แต่ก่อนเป็นหนึ่งในสี่หัวหน้าหน่วยจับกุมของเมืองหลวง คงเป็นเพราะราชสำนักเห็นว่าเขามีวรยุทธ์สูง ประสบการณ์มาก เชี่ยวชาญกลยุทธ์ จึงย้ายเขาไปองครักษ์ลั่วสุ่ย”
“