ป็นผลงานของผู้พิทักษ์ตั๋วเปา ส่วนค่ายกลเสียบไม้อัตโนมัตินี้…” ลู่หยางผุดรอยยิ้มชวนให้คิด
“ค่ายกลชุดนี้มาจากที่ใด?”
“ค่ายกลชุดนี้เป็นผลงานของวิญญาณรับใช้ขั้นรวมร่างหลายคนภายใต้บังคับบัญชาของประมุขลัทธิเรา” ลู่หยางเผยข่าวที่ทำให้สือฮว่ากู๋ตกตะลึง
ม่านตาสือฮว่ากู๋หดเล็ก วิญญาณรับใช้ขั้นรวมร่าง นี่คือวิญญาณรับใช้ที่มีวรยุทธ์สูงสุดเท่าที่รู้จัก ต้องมีวรยุทธ์สูงกว่าหนึ่งขั้นใหญ่จึงจะหลอมวิญญาณรับใช้ได้ นั่นหมายความว่า “ประมุข” ที่ลู่หยางพูดถึงคือผู้แข็งแกร่งขั้นข้ามพิบัติ!
ลัทธิสวรรค์มีผู้แข็งแกร่งขั้นข้ามพิบัติจริงๆ!
“ไม่ทราบว่าประมุขของลัทธิท่านคือ…”
ลู่หยางไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ยิ้มพูดว่า “ไม่ทราบว่าท่านรองประมุขสือเคยได้ยินชื่อหยุนจือแห่งสำนักเวิ่นเต๋าหรือไม่?”
สือฮว่ากู๋แอบรวบรวมข่าวสารเกี่ยวกับห้าสำนักเซียนใหญ่มาไม่น้อย รวมถึงหยุนจือที่มีวรยุทธ์เหนือกว่าเจ้าสำนักทั้งห้า ตามที่เขาคาดการณ์ หยุนจือแห่งสำนักเวิ่นเต๋าบำเพ็ญถึงขั้นข้ามพิบัติระดับปลาย อายุยังน้อยก็บำเพ็ญถึงระดับนี้ เป็นอุปสรรคสำคัญในการแย่งชิงโอกาสบรรลุเซียนในยุคทอง น่าปวดหัวมาก!
“ประมุขของลัทธิเราเคยปะทะฝีมือกับหยุนจือแห่งสำนักเวิ่นเต๋า มีวรยุทธ์ทัดเทียมกัน”
“อะไรนะ?!”
สือฮว่ากู๋เบิกตากว้างอย่างแรง ประมุขลัทธิสวรรค์ผู้นี้มีวรยุทธ์ล้ำลึกจริงๆ คงมีเพียงผู้มีวรยุทธ์ระดับนี้เท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติเป็นประมุขลัทธิสวรรค์
แต่เดิมสือ