เซียนอมตะรู้สึกว่าวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้คุ้นเคยมาก “นึกออกแล้ว เซียนอิงเทียนชอบเล่าแบบนี้ บอกว่าแบบนี้จะเพิ่มความยิ่งใหญ่ให้เซียน!”
สือฮว่ากู๋เพิ่งเคยได้ยินเรื่องเล่านี้เป็นครั้งแรก เขารู้สึกว่าแค่จากคำพูดสองสามประโยคก็สัมผัสถึงความแข็งแกร่งของมังกรและหงส์ได้
ไม่แปลกที่จนถึงปัจจุบันเผ่ามังกรและเผ่าหงส์ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ รากฐานหนาแน่นเกินไป
สือฮว่ากู๋สังเกตลู่หยาง พบว่าสีหน้าลู่หยางไม่เปลี่ยนแปลง มุมปากยังมีรอยยิ้มเจือความหมายลึกซึ้ง รู้สึกตกใจอย่างยิ่ง
หรือว่าแม้แต่การต่อสู้ระดับนี้ก็ยังเป็นเพียง “แค่นี้เอง” สำหรับเขา?
ศิษย์เซียนน่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ลู่หยางหัวเราะเบาๆ “ที่แท้การต่อสู้ครั้งนี้ถูกคนรุ่นหลังเรียกว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างมังกรและหงส์ในยุคโบราณ”
ตอนเซียนฉี่หลินแต่งงาน เซียนอมตะส่งผลไม้วิเศษไปให้หนึ่งลูก บอกว่าจะมอบให้คนที่งดงามที่สุดในงาน จากนั้นอัจฉริยะจากเผ่ามังกรและเผ่าหงส์ต่างก็ต้องการผลไม้วิเศษลูกนี้ เซียนฉี่หลินปวดหัว แต่ก็ไม่กล้าห้าม เซียนอิงเทียนและอีกสองคนเกลี้ยกล่อมจนในที่สุดก็เปลี่ยนจากการต่อสู้เป็นการประชันอาหาร โดยมีเซียนอิงเทียนทั้งสามเป็นกรรมการ
แต่สิ่งที่เซียนอิงเทียนและคนอื่นๆ ไม่รู้คือ อัจฉริยะทั้งสองจากเผ่ามังกรและเผ่าหงส์ล้วนเรียนวิชาการครัวจากเซียนอมตะ…
“เรื่องนี้ข้ารู้เบื้องลึกบางอย่าง พูดได้ว่าต้นเหตุเป็นกลยุทธ์เล็กๆ ของอาจารย์