หลังจากลู่หยางฟื้นขึ้นมา หลี่หาวเหรินและชิ่นเหยียนเหยียนก็ฟื้นตามมาติดๆ พ่อลูกสองคนมองไปรอบๆ ยังงงๆ กับสถานการณ์
“ตื่นกันหมดแล้วหรือ?” ผู้อาวุโสที่ห้านั่งอยู่บนม้านั่ง ท่าทางสบายๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชิ่นเหยียนเหยียนนึกถึงภาพก่อนสลบ ผู้อาวุโสที่ห้าสะบัดแขนเสื้อทีหนึ่ง พวกเขาก็รู้สึกตาพร่ามัว พอรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว เหมือนกับวิชาโลกในแขนเสื้อในตำนานไม่มีผิด
“หนูรู้แล้ว ท่านใช้วิชาโลกในแขนเสื้อใช่ไหมเจ้าคะ!” ชิ่นเหยียนเหยียนพูดอย่างตื่นเต้น นึกไม่ถึงว่าจะได้สัมผัสวิชาวิเศษในตำนานด้วยตัวเอง สมแล้วที่เป็นผู้อาวุโสแห่งสำนักเวิ่นเต๋า!
ผู้อาวุโสที่ห้ายิ้มบางๆ อย่างสงบนิ่ง ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ
หลี่หาวเหรินทำสีหน้าครุ่นคิด ไม่เคยได้ยินว่าอาจารย์จะใช้วิชาโลกในแขนเสื้อได้นี่นา เมิ่งจิ่งโจวที่คอยดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเลิกคิ้วขึ้น เขาเป็นคนเดียวในสี่คนที่ไม่ได้สลบ
หลังจากผู้อาวุโสที่ห้าทำให้ลู่หยางและอีกสองคนสลบ ก็อธิบายให้ตนฟังว่า กังวลว่าทั้งสามคนกลัวความสูง ไม่มีประสบการณ์การบิน ถ้าพาพวกเขากระโดดลงไปโดยตรง พวกเขาอาจจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้สลบไปจะสะดวกกว่า
จากนั้นผู้อาวุโสที่ห้าก็หยิบกระสอบสามใบออกมา ใส่ทั้งสามคนลงไป ท่าทางคล่องแคล่วราวกับเคยทำมาหลายครั้ง
“ที่นี่คือร้านปิ้งย่างลองอีกครั้งที่พวกเจ้าพูดถึงใช่ไหม?” ผู้อาวุโสที่ห้าทำการบ้านมาดีก่อนออกเดินทาง ขอรายงานภารกิจที่เกิดขึ้นใ