“กินดิน?”
ลู่หยางก้มลงหยิบก้อนดินขึ้นมา กลั้นแรงกระตุ้นที่จะกินมันเข้าไป แล้วโยนกลับไป
เซียนอมตะร้อง “เฮ้อ” แล้วกระโดดขึ้นจากพื้น
“ใช่ไง กินดินก็คือการกินดินนั่นแหละ เข้าใจยากหรือ?”
เซียนอมตะรู้สึกว่าแม้สติปัญญาของลู่หยางจะไม่เทียบเท่าตน แต่การเข้าใจเรื่องง่ายๆ แบบนี้น่าจะไม่ยากนี่นา?
ลู่หยาง: “…”
แสดงว่าวิชากินดินของท่านเป็นความหมายตามตัวอักษรจริงๆ?
เซียนอมตะเห็นลู่หยางยังงงๆ อยู่ ถอนหายใจเบาๆ รู้สึกว่าโชคดีที่มีนางอยู่ในพื้นที่จิตคอยให้คำปรึกษา ไม่งั้นลู่หยางหัวทึบแบบนี้ออกไปข้างนอกจะถูกหลอกได้ง่าย
นางอธิบายเพิ่มเติม
“แม้ว่าเทาเที่ยจะเป็นหนึ่งในสี่อสูรยุคโบราณ แต่นั่นเป็นชื่อเสียงที่สร้างขึ้นมาทีหลัง ตอนแรกทั้งตระกูลล้วนมีชีวิตที่ลำบากมาก”
“กินจุแต่ไม่มีความสามารถ หิวทุกวัน หิวแล้วไม่มีแรง ล่าเหยื่อไม่ได้ กลายเป็นวงจรอุบาทว์”
“ตระกูลเทาเที่ยไม่สามารถอดอาหารได้ ต้องกินตลอดชีวิต”
“พอหิวจนตาลาย เปลือกไม้ใบไม้อะไรก็กิน แต่เปลือกไม้กับใบไม้ก็กินหมดได้นะสิ”
“ต่อมาคงเป็นเพราะหลุมศพบรรพบุรุษตระกูลเทาเที่ยมีควันเขียวลอย ในตระกูลเกิดอัจฉริยะขึ้นมา มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญ สมองก็ฉลาด”
“เทาเที่ยตัวนั้นคิดว่า กินอะไรก็คือกิน เปลือกไม้ใบไม้ยังกินได้ แล้วทำไมดินบนพื้นจะกินไม่ได้?”
“มันปิดด่านสามวัน สามวันเต็มๆ ไม่ได้ดื่มน้ำแม้แต่หยดเดียว ดูท่าจะหิวตาย ชีวิตที่ผ่านมาวูบผ่านตาทีละฉาก”
“มันคิดว่าตัวเ