ังไปลงทุนเกือบครึ่ง”
“จากนั้นพวกเราก็หนีพร้อมเงิน”
“เรื่องนี้อย่าบอกใคร แม้แต่อาจารย์ของพวกเจ้าก็ไม่รู้”
ผู้อาวุโสที่ห้าเตือน
ชิ่นเหยียนเหยียนสงสัย
“หยกวิเศษที่พวกท่านจ่ายดอกเบี้ยให้ลัทธิจิ่วอิ่ว ไม่ได้มาจากสำนักเวิ่นเต๋าหรอกหรือ อาจารย์ใหญ่จะไม่รู้ได้อย่างไร?”
ผู้อาวุโสที่ห้าส่ายหน้า
“ไม่ต้องใช้เงินของสำนักเวิ่นเต๋าเลย ตลอดทั้งกระบวนการมีแค่ตอนแรกที่น้องแปดหลอกสาวกเท่านั้นที่ใช้หยกวิเศษของตัวเอง”
ชิ่นเหยียนเหยียนยิ่งงงกว่าเดิม
ผู้อาวุโสที่ห้าใจเย็นกับหลานศิษย์คนนี้มาก
“เจ้าลองคิดดู ตอนพวกเราจ่ายดอกเบี้ย มีสาวกลัทธิจิ่วอิ่วคนอื่นมาลงทุนกับพวกเราด้วยใช่ไหม?”
ชิ่นเหยียนเหยียนพยักหน้า
“งั้นพวกเราเอาเงินลงทุนของคนอื่นไปจ่ายคืนให้รุ่นก่อนไม่ก็จบแล้วไง?”
ชิ่นเหยียนเหยียนพลันเข้าใจกระจ่าง
“เดี๋ยวก่อน นี่มันการฉ้อโกงไม่ใช่หรือ?”
“ปัญหานี้ข้าก็เคยถามน้องแปด น้องแปดบอกว่าจะเรียกว่าฉ้อโกงได้อย่างไร พวกเราแค่ดำเนินธุรกิจล้มเหลว เงินลงทุนสูญเปล่า ทำธุรกิจมีได้มีเสียเป็นเรื่องปกติ”
“ถ้ารู้สึกว่าผิด ก็ไปฟ้องทางการสิ ทำถูกไม่กลัวเงาคด”
“อีกอย่าง ถ้าจะพูดว่าผิด ประมุขลัทธิจิ่วอิ่วที่ยักยอกทรัพย์สินต่างหากที่ผิด”
ชิ่นเหยียนเหยียน: “…”
ลู่หยางสังเกตเห็นหลี่หาวเหรินข้างๆ มีสีหน้าประหลาด
“เป็นอะไรหรือ?”
หลี่หาวเหรินมองอาจารย์ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ประมุขที่ถูกหลอกโกรธจนเลือดกำเดาไหล ไม่นานก็โก