ชิ่นเหยียนเหยียนถูกลัทธิจิ่วอิ่วเข้าใจผิดว่าเป็นกาารกลับชาติมาเกิดของชิ่นห่าวเหรินจะเกินคาด แต่ก็ไม่กระทบภาพรวม
“แล้วพวกเจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร?”
“เป็นอย่างนี้ ตอนนี้ลัทธิสวรรค์ของพวกเรามีคนน้อย แค่สี่คน ขาดคนที่จะข่มขวัญลัทธิจิ่วอิ่ว ข้าอยากขอให้ศิษย์พี่ไต้ช่วย ช่วยหาศิษย์ลัทธิสวรรค์เพิ่มอีกคน”
“เฮ้ย ลู่หยาง ข้าในฐานะมหาเทพผู้สูงส่ง ยังข่มขวัญลัทธิจิ่วอิ่วพวกนั้นไม่ได้หรือไง?”
ในห้วงจิต เซียนอมตะทำท่าว่าข้าเก่งกาจนัก
ตอนที่ลู่หยางแต่งเรื่องลัทธิสวรรค์ขึ้นมา เขาปรึกษาเซียนอมตะหลายครั้ง เซียนอมตะไม่เพียงแต่เสนอความคิดที่สร้างสรรค์ ช่วยลู่หยางเพิ่มเติมประวัติศาสตร์และหลักคำสอนของลัทธิสวรรค์ ยังเน้นย้ำให้ลู่หยางวางตำแหน่งของนางไว้สูงสุด
ดังนั้นลู่หยางจึงเปลี่ยนจากเทพเมฆเป็นเทพถั่ว หวังว่าศิษย์พี่ใหญ่คงไม่ว่าอะไร
ลู่หยางหันไปตอบเซียนอมตะด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านเซียนในฐานะมหาเทพผู้สูงส่ง จะลงมือง่ายๆ ได้อย่างไร นั่นจะทำให้เสียศักดิ์ศรีของท่านนะ”
เซียนอมตะคิดว่าเป็นเช่นนั้นจริง จึงไม่วุ่นวายอีก
ไต้ปู้ฟานคิดดู อาจารย์ในนามของลู่หยางยังติดคุกอยู่ ไม่ว่างมา อาจารย์ตัวจริงของลู่หยาง เขาไม่กล้าสั่ง อาจารย์ของเมิ่งจิ่งโจวคือผู้อาวุโสที่สาม พลังก็พอ แต่สมองไม่พอ ไม่เหมาะจะมายุ่งกับเรื่องนี้
“ให้ผู้อาวุโสที่ห้าช่วยพวกเจ้าก็แล้วกัน”
ผู้อาวุโสที่ห้านิสัยนิ่งๆ พลังก็พอ แถมยังเป็นอาจารย์ของหลี่หาวเหร