็ว่ายุคโบราณมีอัจฉริยะมากมายเยี่ยงมังกร มีความทะเยอทะยานล้นฟ้า กลืนกินภูผา ไม่นึกว่าเบื้องหลังจะซ่อนความสกปรกเช่นนี้!”
เห็นรองประมุขทั้งสองค่อยๆ ซึมซับข้อมูลเหล่านี้ ประมุขจึงพูดช้าๆ “ที่จริงเรื่องสรวงสวรรค์ ข้ารู้มาบ้าง”
“ขอประมุขเล่าโดยละเอียด” รองประมุขทั้งสองรู้สึกว่าวันนี้ได้เปิดหูเปิดตา มีโอกาสรู้ความลับยุคโบราณมากมาย
ประมุขพอใจที่เห็นรองประมุขทั้งสองกระตือรือร้น เขาไม่อ้อมค้อม เล่าสิ่งที่ตนพบเห็น
“ข้าบังเอิญได้ตำราเซียนยุคโบราณมา เป็นผลงานของเซียนจิ้วชง”
“ข้าให้คนแปล แปลได้คร่าวๆ มีตกหล่นบ้าง แต่พอจะเข้าใจเนื้อหาในตำรา”
“ในตำราเอ่ยถึง ‘สรวงสวรรค์’ บอกว่ายุคโบราณมีเซียนมากมาย การบรรลุผลของการบำเพ็ญกลายเป็นเซียนเป็นเพียงขั้นแรกของวิถีเซียน หลังจากเซียนยังมีเทพ หลังจากเทพยังมีมหาเทพ ระดับขั้นมากมายจนน่าทึ่ง”
“สรวงสวรรค์คือองค์กรในอาณาจักรมหาเทพ ปกครองสรรพสิ่งทั้งปวง!”
รองประมุขทั้งสองและสือฮว่ากู๋เพิ่งเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้เป็นครั้งแรก ร่างโน้มไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว หลงใหลในความลับยุคโบราณ
“ทำไมไม่เหมือนที่ลู่หยางเล่า เขาโกหกหรือ?” สือฮว่ากู๋ขมวดคิ้ว
ประมุขโบกมือ “ฟังข้าเล่าต่อ ต่อมาข้าพบตำราเซียนยุคโบราณอีกเล่ม เป็นผลงานของเซียนอิงเทียน”
“ตำรานั้นชื่อว่า ‘จองจำสวรรค์’ เนื้อหาหลักบรรยายถึงสรวงสวรรค์ยุคโบราณ ในตำราแบ่งเซียนเป็นเซียนมนุษย์ เซียนพิภพ เซียนสวรรค์ เซียนทอง มหาเซียน