้มือไว้บนอก เอนตัวไปด้านหลังพิงพนักเก้าอี้:
“อย่างไร ท่านหมี่ยังไม่เชื่อว่าข้าคือร่างเกิดใหม่ของชิ่นห่าวเหริน?”
“คุณชายชิ่นล้อเล่น ในลัทธิใครไม่รู้บ้างว่าท่านคือร่างเกิดใหม่ของประมุขชิ่น”
ท่านหมี่พูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับไม่เห็นด้วย
ไม่รู้ว่าเริ่มจากเมื่อไร ในลัทธิเริ่มมีข่าวลือว่าอดีตประมุขชิ่นห่าวเหรินล่วงรู้ความลับบางส่วนของวัฏสงสาร
แม้ว่าป้ายชีวิตจะแตก ตายทั้งร่างและวิชา แท้จริงแล้วเข้าสู่วัฏสงสารเกิดใหม่ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแย่งชิงยุคทองในอนาคต
เมื่อเร็วๆ นี้มีชายหนุ่มแซ่ชิ่นสามคนปรากฏตัว ต่างอ้างว่าตนเป็นร่างเกิดใหม่ของชิ่นห่าวเหริน
ต้องการรับมรดกที่ชิ่นห่าวเหรินทิ้งไว้ ชายหนุ่มทั้งสามคนล้วนมีผู้บริหารระดับสูงของลัทธิจิ่วอิ่วหนุนหลัง
ไม่มีใครกล้าพูดอย่างเปิดเผยว่าทั้งสามคนไม่ใช่ร่างเกิดใหม่ของชิ่นห่าวเหริน และก็ไม่กล้าบอกว่าใครในพวกเขาคือร่างเกิดใหม่ของชิ่นห่าวเหริน
นี่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของผู้บริหารระดับสูงในลัทธิจิ่วอิ่ว
ท่านหมี่สงสัยว่าผู้บริหารระดับสูงแบ่งเป็นสามฝ่าย ต่างต้องการยึดมรดกที่ชิ่นห่าวเหรินทิ้งไว้ จึงส่งร่างเกิดใหม่ของชิ่นห่าวเหรินออกมาคนละคน
ชายหนุ่มตรงหน้าคือหนึ่งในสามร่างเกิดใหม่ที่น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้ท่านหมี่จึงนอบน้อมต่อเขา ไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อย
แล้วถ้าเขาเป็นร่างเกิดใหม่ของประมุขชิ่นจริงๆ ล่ะ?
สุภาพไว้ไม่เสียหาย และคนแบบนี้ออกมาจะไม่มีผู้คุ้มครองได้อ