ยร้อยปีก่อน หลายร้อยปีก่อน ท่านเต๋าปู้อวี่เพิ่งรับหยุนจือเป็นศิษย์ สั่งสอนอบรมบนเขาประตูสวรรค์ แต่เดิมบนเขาประตูสวรรค์มีแค่ท่านเต๋าปู้อวี่คนเดียว เขาประตูสวรรค์กว้างใหญ่แต่มีแค่บ้านหลังเดียว พอหยุนจือน้อยมา ก็ต้องมีบ้านอีกหลัง ท่านเต๋าปู้อวี่ขี้เกียจ จึงปลูกกระท่อมไม้เล็กๆ อย่างลวกๆ
เห็นดวงตางุนงงของหยุนจือน้อย ท่านเต๋าปู้อวี่ลูบศีรษะหยุนจือน้อย ใบหน้าอ่อนโยน:
“ไม่จำเป็นต้องอยู่สูง หากเป็นเซียนก็มีชื่อ น้ำไม่จำเป็นต้องลึก หากมีมังกรก็มีอำนาจ ห้องเก่าคร่าครึ แต่คุณธรรมยังหอมกรุ่น ประโยคสุดท้ายหมายความว่า คนที่มีคุณธรรมสูงส่งจะไม่รู้สึกว่าบ้านคับแคบ หยุนจือเป็นเด็กดี คงไม่รู้สึกว่ากระท่อมไม้แคบใช่ไหม?”
“ค่ะ!”
หยุนจือน้อยกำหมัด พยักหน้าหงึกๆ
ตอนนี้กรรมตามสนอง ท่านเต๋าปู้อวี่มองตามหยุนจือที่จากไปอย่างเด็ดขาด หน้าตาหงอยเหงา
ไม่นาน ลู่หยางวิ่งกลับมาที่คุก ทำให้ท่านเต๋าปู้อวี่ฮึกเหิมขึ้นมาใหม่
“ศิษย์ที่ดี หยุนจือให้เจ้ามาหรือ?”
ลู่หยางพยักหน้า
ท่านเต๋าปู้อวี่ฮึกเหิม “ศิษย์ที่ดี ไม่นึกว่าเจ้าก้าวสู่ขั้นสร้างแก่นแล้ว แถมยังเป็นแก่นชั้นหนึ่ง เป็นความผิดอาจารย์เองที่ไม่ได้สั่งสอนเจ้าให้ดี รอให้อาจารย์ออกไป จะต้องชี้แนะการบำเพ็ญให้เจ้า!”
ลู่หยางเกาหัวอย่างเก้อเขิน “พี่ใหญ่ให้ข้ามาส่งอาหารขอรับ”
“…ส่งอาหารก็ได้”
ลู่หยางพูดพลางหยิบกล่องอาหารชุดแล้วชุดเล่าออกมาจากแหวนเก็บของ ยังไม่ทันเปิดฝา ก็ได้