มาย ใครจะสามารถบรรลุเป็นเซียนได้?”
“ข้าถามว่าเซียนอิงเทียนได้ไหม เขาบอกว่าเซียนอิงเทียนให้ความสำคัญกับฐานะมากเกินไป เป็นภาระบนเส้นทางบรรลุเป็นเซียน”
“ข้าถามว่าเซียนฉี่หลินได้ไหม เขาบอกว่าเซียนฉี่หลินเป็นนักรบหยาบกระด้าง อาศัยโชควาสนาที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เส้นทางบำเพ็ญราบรื่นเกินไป ยากที่จะผ่านการทดสอบการบรรลุเป็นเซียน”
“ข้าถามว่าเซียนจิ้วชงได้ไหม เขาบอกว่าเซียนจิ้วชงมีพรสวรรค์ธรรมดา หากไม่มีร่างเซียน คงถูกอัจฉริยะคนอื่นเอาชนะไปนานแล้ว คนแบบนี้เป็นเซียนไม่ได้”
“ข้าถามว่าตัวข้าเองได้ไหม เขาบอกว่าข้าโดดเด่นเกินไป มาแรงเกินไป แม้จะเดินบนเส้นทางไร้เทียมทาน แต่แข็งเกินไปย่อมหักง่าย ยังบอกว่าข้าคิดลึกเกินไป ไม่สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ ด้านจิตใจต่ำต้อย ไม่มีทางบรรลุเป็นเซียนได้”
“ข้าถามว่าแล้วใครจะบรรลุเป็นเซียนได้ เขาบอกว่าน่าเศร้าที่ในใต้หล้าอันกว้างใหญ่ มีเพียงเขาคนเดียวที่จะบรรลุเป็นเซียนได้ เดียวดายตลอดกาล”
“ตอนนั้นข้าทนไม่ไหว จับเขากดลงพื้นซ้อมไปหนึ่งยก เขาก็ยอมสงบปากสงบคำ บอกว่าข้าก็บรรลุเป็นเซียนได้”
“หลังจากนั้นก็ยังโกรธอยู่ รู้สึกว่าซ้อมไปหนึ่งยกยังไม่หายแค้น แต่ซ้อมไปแล้วหนึ่งยก จะซ้อมอีกยกก็ดูไม่ดี ข้าเลยเอาบทสนทนาไปเล่าให้เซียนอิงเทียน เซียนฉี่หลิน และเซียนจิ้วชงฟัง”
“จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็ร่วมมือกันสั่งสอนเซียนซุ่ยยวี่หนึ่งยก”
“สู้หนึ่งต่อหนึ่ง เซียนซุ่ยยวี่ไม่กลัวใคร แต่พอสามต