ั้นแก่นทองคำจากภายนอกมาทำธุรกิจที่นี่ด้วย
ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำเหล่านี้พลังไม่ธรรมดา แต่เทียบกับลู่หยางแล้วก็ดูด้อยกว่ามาก
“เจ้าของร้านโรวเจี่ยโม่ ขั้นแก่นทองคำต้น พลังจิตค่อนข้างอ่อน สามารถโจมตีทางจิตได้”
“เซี่ยวเอ้อหอไป๋เซียง สู้ไม่ได้ เปลี่ยนคนใหม่”
“เป็ดหกปีก อาหาร ขั้นแก่นทองคำต้น จุดอ่อนคือกลัวไฟ สามารถใช้ไฟสามรสต่อกร หรือสั่งเป็ดย่างให้ครัวหลังจัดการก็ได้”
“เจ้าของร้านน้ำชา สู้ไม่ได้ เปลี่ยนคนใหม่”
“เจ้าของร้านตัดเสื้อ ขั้นแก่นทองคำกลาง ไม่มีจุดอ่อน สามารถเอาชนะได้ด้วยกำลัง”
แก่นของแก่นทองคำคือการรวมกันของพลัง จิต วิญญาณ ทั้งสามของลู่หยาง นั่นหมายความว่าแก่นไร้เทียมทานก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายลู่หยาง สามารถใช้การรับรู้ของลู่หยางวางกลยุทธ์ที่ใช้การได้ เท่ากับลู่หยางมีสมองเพิ่มอีกหนึ่ง
“อาจารย์หลิวร้านย่าง สู้ไม่ได้ เปลี่ยนคนใหม่”
“อาจารย์เการ้านย่าง สู้ไม่ได้ เปลี่ยนคนใหม่”
“หืม?” ลู่หยางเพิ่งพบว่าตัวเองมาถึงสำนักงานใหญ่ลัทธิอมตะโดยไม่รู้ตัว
ร้านย่างยุ่งวุ่นวาย ประมุขและเซียนอมตะชายกำลังส่งของถึงบ้าน หยิบเนื้อวัวแกะที่เพิ่งฆ่าออกมาจากแหวนเก็บของ
“ลู่หยาง!” ประมุขเห็นลู่หยาง สายตาซับซ้อน สามส่วนกังวล สามส่วนเสียใจ สี่ส่วนโล่งอก
อาจารย์หลิวและอาจารย์เกาก็มีปฏิกิริยาคล้ายกัน
หากไม่ใช่เพราะลู่หยาง ลัทธิอมตะจะตกต่ำถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
ใครจะเชื่อว่าเด็กคนนี้เข้าลัทธิแค่สองเดือน