วคู่แฝด ในสมองคิดถึงแต่คำบรรยายเกี่ยวกับดอกบัว ราวกับ “งอกจากโคลนตมแต่ไม่แปดเปื้อน ชำระในสายธารใสแต่ไม่งามเกินงาม”
ไม่นานหม่านกู่ก็คิดถึงปัญหาสำคัญอีกข้อ “ดอกบัวกินได้ไหม? ย่างกินได้ไหม?”
เป็นเช่นนี้ ทั้งสี่คนนั่งเฉยๆ เป็นเวลาสองวันเต็ม
ลู่หยางมองดอกบัวจนตาแห้ง หยิบยาหยอดตาที่พี่ใหญ่ให้มาหยอดสองหยด รู้สึกดีขึ้นมาก
“พวกเจ้ามีความรู้อะไรบ้างไหม?” เขาถาม
สามคนพร้อมกันส่ายหน้า ต่างไม่ได้อะไรเลย พิจารณามาสองวัน ยังไม่มีผลลัพธ์ แสดงว่าโชคลาภของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่บัวคู่แฝด การบังคับสร้างแก่นทองเป็นไปไม่ได้
“ทิ้งไปเฉยๆ ก็ไม่ดี ลำบากแย่งมาได้ เอาไปขายที่สมาคมการค้าดีไหม แบ่งหินวิเศษกัน”
เถาเหยาเย่เสนอ พิจารณาต่อไปก็ไม่มีผล สู้ยอมแพ้ตอนนี้ หยุดความสูญเสียไว้ก่อน
“ก็ดี” เมิ่งจิ่งโจวกับหม่านกู่ไม่มีความเห็นแย้ง
ลู่หยางยกมือ มีข้อเรียกร้องต่างออกไป “ข้าอยากได้เมล็ดบัว หินวิเศษที่ได้จากการประมูลข้าไม่เอาแล้ว ได้ไหม?”
เซียนอมตะในห้วงจิตอาละวาดมาครึ่งวัน เอาแต่จะเอาเมล็ดบัว เพื่อระงับภัยพิบัติจากเซียน ลู่หยางจำต้องขอเมล็ดบัวไป