ลู่หยางอ้อนวอนแล้วอ้อนวอนอีก กว่าจะใช้ข้ออ้าง “คนธรรมดาไม่มีคุณสมบัติเสวยฝีมือการครัวของเซียน” จึงทำให้เซียนอมตะล้มเลิกความคิดที่จะโชว์ฝีมือไป
“ลู่หยาง ความคิดเช่นนี้ของเจ้าไม่ถูกต้อง ต่อหน้าอาหารเลิศรส ทุกคนเท่าเทียมกัน แต่คราวนี้ช่างเถอะ”
“เซียนเข้าใจหลักการใหญ่”
ลู่หยางชมไม่อั้น เขารู้สึกว่าการกระทำครั้งนี้ของตนบุญกุศลมหาศาล ช่วยชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน ก็แค่ในโลกบำเพ็ญเซียนไม่มีทฤษฎีสั่งสมบุญกุศลจนเป็นเซียนได้ ไม่งั้นลู่หยางคิดว่าตนต้องอาศัยเรื่องนี้เป็นเซียนได้แน่
เจ็ดคนมาถึงสมาคมการค้าลั่วตี้จินเฉียน นำซากสัตว์ปีศาจนานาชนิดออกมาจากแผ่นหยกประจำตัว ล้วนเป็นของที่ริบมาได้จากการรบ ก่อให้เกิดเสียงอุทานระลอกแล้วระลอกเล่า
“นี่… นี่ล้วนเป็นสัตว์ปีศาจขั้นแก่นทองคำ?!”
ยังคงเป็นคนรับใช้คนเดิมที่ต้อนรับลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจว เขามองออกในแวบเดียวว่าสัตว์ปีศาจเหล่านี้ล้วนอยู่ขั้นแก่นทองคำ และซากก็สมบูรณ์ แทบไม่มีความเสียหาย ที่เป็นเช่นนี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะลู่หยางใช้กระบี่ เน้นฆ่าในการจู่โจมเดียว เมิ่งจิ่งโจวใช้หมัด ใช้พลังลับในหมัดทำลายสมองสัตว์ปีศาจ
คนรับใช้นึกถึงฐานะของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว ก็เข้าใจแล้ว ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า ไม่ต้องพูดอะไรมาก พลังรบเหนือชั้น เป็นสัญลักษณ์ของการไร้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน จริงๆ แล้ว ศิษย์ห้าสำนักใหญ่ล้วนเป็นสัญลักษณ์ของการไร้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน ถ้าสู้คนระดั