านระดับปลาย ค่อยๆ ก้าวสู่ขั้นแก่นทองคำ
“ทำไมรู้สึกว่าประสบการณ์การรบของเจ้าดูมากกว่าข้านิดหน่อย?”
เมิ่งจิ่งโจวแปลกใจ คิดว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
ลู่หยางทำหน้าเฉยพูดว่า “เจ้าถูกพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องเราตีตั้งแต่เย็นจนเช้า ประสบการณ์การรบของเจ้าก็ต้องเพิ่มสิ”
ลู่หยางยังจำได้ตอนที่ตัวเองถูกตี ไอ้ลูกหมานี่ยืนปรบมือเชียร์อยู่ข้างล่าง
เมิ่งจิ่งโจวครุ่นคิด “ยังมีผลแบบนี้ด้วยหรือ?”
ชีวิตนี้เขาไม่เคยด้อยกว่าใคร จะแพ้ลู่หยางในเรื่องประสบการณ์การรบไม่ได้
คืนที่พักฟื้นก็ไม่สงบ ยังมีสัตว์ปีศาจขั้นแก่นทองคำมาซุ่มโจมตีอีกตัว โดนเมิ่งจิ่งโจวที่เข้ากะกลางคืนชกตายไป
เป็นกระต่ายขนาดเท่าหมูบ้าน เขี้ยวสองซี่ยาวสามสี่นิ้ว ตาแดงก่ำ เหมือนทับทิมสองเม็ด
“พวกเราดึงความเกลียดชังมากขนาดนี้เลยหรือ? กลางดึกก็ไม่ให้คนได้พัก!”
เมิ่งจิ่งโจวโกรธจัด เตะกระต่ายปีศาจทีหนึ่ง ตอนรบเขาเผลอไปนิด ผมโดนกระต่ายปีศาจกัดไปคำหนึ่ง
โชคดีที่เขาฝึกร่างกายจนถึงเส้นผม จึงรอดพ้นอันตรายมาได้
ห้าเซียนเหยี่ยนซานก็อธิบายไม่ได้ ก็พวกเขาประสบการณ์น้อย ไม่เคยเห็นใครฆ่าสัตว์ปีศาจดุเดือดขนาดนี้
“แปลกจริงๆ ตามหลักแล้วที่นี่เป็นเขตชายป่า ไม่ควรมีสัตว์ปีศาจขั้นแก่นทองคำมากขนาดนี้ พวกมันมาที่นี่ก็ไม่คุ้ม”
“ช่างเถอะ กลับไปค่อยคุยเรื่องนี้”
ลู่หยางเรียกทุกคน เดินทางกลับด่านปราบปีศาจไปพักฟื้น
เมื่อทุกคนกลับถึงด่านปราบปีศาจ ก็ได้ยินคนที่ประตูเมืองคุยกัน
“ไ