องเซียนอมตะจึงจางลงก็ไม่อาจรู้ได้
“จริงๆ แล้วข้าได้รับความนิยมในหมู่เผ่าปีศาจมากนะ”
ลู่หยางมองเซียนอมตะอย่างสงสัย จริงหรือ พวกปีศาจสมองเสียหรืออย่างไร ถึงชื่นชอบท่านมาก?
“อย่างไร เจ้าไม่เชื่อหรือ? ตระกูลอวี่ฉีบอกว่าตระกูลเถาเถียยินดีต้อนรับข้ามาก ตระกูลเถาเถียบอกว่าตระกูลอวี่ฉียินดีต้อนรับข้ามาก ข้าเดินทางไปทั่วเขตปีศาจ ทุกที่มีแต่เสียงหัวเราะและความยินดี ส่งข้าจากไป”
“จริงๆ ก็เข้าใจได้ เพราะเซียนลงมาเยือนเขตปีศาจ ก็เหมือนสวรรค์ประทานพร”
“ตอนนี้เจ้ารู้แล้วใช่ไหม ที่ข้าอยู่ในห้วงจิตของเจ้า นี่เป็นวาสนาใหญ่หลวงเพียงใด? ไม่พูดอย่างอื่น แค่พูดถึงความลับโบราณ ข้าพูดออกมาได้ง่ายๆ หากเจ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็ทำได้ไม่เท่าข้าหรอก”
“ความลับโบราณที่เซียนท่านเล่ามา มีสักเรื่องที่ใช้ได้บ้างไหม?”
ลู่หยางรู้สึกว่าตนไม่มีวาสนาจะรับวาสนานี้ ขอให้คนที่ดวงแข็งมารับแทนเถอะ เช่นพี่ใหญ่ก็ไม่เลว
ในความเป็ นจริง ลู่หยางถอนหายใจเบาๆ: “น่าสงสารหม่านกู่จริงๆ”
เมิ่งจิ่งโจวงุนงง: “หม่านกู่เป็นอะไรไป?”
พวกเขาสองคนทนทุกข์ในป่าทึบ ทำไมหม่านกู่ถึงน่าสงสาร?
“ไม่มีอะไร มาปรึกษากันต่อดีกว่าว่าขั้นต่อไปจะทำอย่างไร”