๋ยวก่อน อะไรคือจุดไฟเผากระดาษ ดึงผม วาดวงสาปแช่ง?”
ลู่หยางคิด นี่ฟังไม่เหมือนผู้ทรงพลังขั้นข้ามพิบัติต่อสู้กันเลยนี่
“อ้อ ก็สองคนใช้เพลิงแท้ประจำตระกูลโจมตีกัน เผายันต์ระดับกึ่งเซียน ใช้เส้นผมของอีกฝ่ายเป็นสื่อ วางค่ายกลเพื่อสาปแช่งอีกฝ่าย” เซียนอมตะอธิบายคร่าวๆ
“…เล่าต่อไปเถอะ”
“ยังไงสองคนก็ต่อสู้กันดุเดือด ต่อมาสองคนยิ่งต่อสู้ยิ่งร้อนแรง ลงมือยิ่งรุนแรง ข้าเห็นอัจฉริยะตระกูลมังกรเหนือกว่า”
“สองคนไม่ใช่ต่อสู้กันครั้งแรก อัจฉริยะตระกูลมังกรชนะประมาณหกส่วน ครั้งนี้อัจฉริยะตระกูลมังกรชนะก็เป็นเรื่องปกติ”
“ตอนที่ข้าคิดว่าจะรู้ผลแพ้ชนะแล้ว อัจฉริยะตระกูลหงส์ก็แสดงวิชาที่เรียนจากข้า – วิชาแกล้งตาย นอนแกล้งตายบนพื้น ทำลมหายใจหาย ใครก็ดูไม่ออกว่านี่คือคนเป็น”
“อัจฉริยะตระกูลมังกรเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ลำบากใจ จะบอกว่าตัวเองชนะก็ไม่รู้สึกภูมิใจ จะบอกว่าแพ้ก็ยิ่งพูดเหลวไหล แต่จะต่อยคนตายก็ไม่ได้ เล่าออกไปจะเสียภาพลักษณ์”
“ตอนนั้นนางคิดวิธีได้ – ใช้ไฟเผาอัจฉริยะตระกูลหงส์”
“อัจฉริยะตระกูลหงส์ถูกเผาจนทนไม่ไหว ร้องออกมา ลุกพรวดขึ้นมา เสียงร้องดังมาก ทั้งจักรวาลได้ยิน”
“ต่อมาไม่รู้เป็นอย่างไร กลายเป็นหงส์ฟื้นคืนชีพจากเพลิง ไม่รู้ใครแพร่ข่าวลือ ช่างไม่มีจริยธรรม”
เซียนอมตะส่ายหน้า ไม่พอใจอัจฉริยะตระกูลหงส์ “นางเรียนวิชาแกล้งตายยังไม่ถึงขั้นเลย ถ้าเป็นข้า ต้องแกล้งตายต่อไปได้แน่”
“ดีนะที่