ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนกำลังเคลื่อนไหวในเมืองมณฑลลั่วเฟิง พวกเขาสืบเส้นทางได้แม่นยำ ในยามค่ำคืนมณฑลลั่วเฟิงจะมีผู้บำเพ็ญออกลาดตระเวน แต่สองคนนี้หลบเลี่ยงเส้นทางตรวจตราได้อย่างแยบยล
ตอนนี้หลี่หาวเหรินถูกซูอี้เหรินปลุกให้ตื่น หลังจากได้ฟังคู่หมั้นเล่าเรื่องราวคร่าวๆ สีหน้าเขาก็ดูแปลกๆ
“พี่เมิ่งอวดรวยจนถูกคนจ้องตาเขม็งแล้วหรือ?”
“อะไรกัน ข้ามีเงินแล้วจะพูดกับคนอื่นไม่ได้หรือไง?”
เมิ่งจิ่งโจวถลึงตาใส่ ตอนที่เขาเป็นคุณชายตระกูลเมิ่งในเมืองหลวง ใครกล้าจ้องของของเขา?
ซูอี้เหรินพาทั้งสามคนแอบตามผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนนั้น ขณะที่กระโดดไปตามหลังคา ลู่หยางเหลือบเห็นเงาคนห่างๆ กำลังเคลื่อนไหวบนหลังคาเช่นเดียวกัน
“ยามค่ำคืนในมณฑลลั่วเฟิงคึกคักถึงเพียงนี้หรือ?”
ลู่หยางคิดจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำสองคนนั้นกระโดดเข้าไปในคฤหาสน์กำแพงสูง ก็จำต้องสนใจเรื่องตรงหน้าก่อน
“ข้าจำได้ว่าที่นี่คือ…จวนผู้ว่าการมณฑล?”
หลี่หาวเหรินพูดอย่างลังเล สงสัยว่าตนเองจำผิดหรือไม่
หินเลือดหงส์ราคาห้าแสนหินวิเศษนั้นมีค่าจริง แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดที่จะทำให้ผู้ว่าการมณฑลต้องสนใจ
นอกเสียจากว่าหินเลือดหงส์ที่พี่เมิ่งซื้อมาจะมีความลับบางอย่าง
คฤหาสน์กำแพงสูงมีค่ายกลปกคลุม หากบุกเข้าไปโดยไม่รู้วิธี คนในคฤหาสน์ก็จะรู้ตัว
ซูอี้เหรินไม่สนใจค่ายกล พาทั้งสามคนเข้าไปในคฤหาสน์ได้อย่างราบรื่น
“ท่าน พวกเร