าสมากขนาดนี้แล้ว”
ลู่หยางทำหน้าเหมือนเมิ่งจิ่งโจวเข้าใจใจตน
หลี่หาวเหรินกระตุกมุมตา “พี่ลู่ ถ้าท่านอยากให้อาจารย์ตายก็พูดตรงๆ เถอะ ไม่จำเป็นต้องทำพิธีรีตองหรอก”
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวคิดถึงหม่านกู่ ถ้าเป็นหม่านกู่ คงเชื่อไปแล้ว
ระหว่างที่ทั้งสามคนคุยกัน ก็มาถึงบ้านเก่าของหลี่หาวเหริน
ม้าแก่หยุด หลี่หาวเหรินลงจากรถก่อน แนะนำให้ทั้งสองคนดู
“สองพี่โปรดดู นี่คือบ้านของข้า แม้จะดูเก่าๆ หน่อย แต่ที่นี่บรรจุความทรงจำวัยเด็กของข้า ข้ายังจำได้ว่าตอนเด็กๆ ชอบปีนต้นไม้หน้าประตู”
“…น้องหลี่ ข้าว่าบ้านของเจ้าไม่ใช่แค่ ‘เก่าๆ หน่อย’ นะ”
หลี่หาวเหรินหันไปมอง เห็นบ้านโบราณตระกูลหลี่ที่กำลังถูกรื้อ
“บ้านข้าไปไหน?!”
เพิ่งจากบ้านมาปีกว่า ทำไมบ้านหายไปแล้ว?
“เอ๊ะ นี่ไม่ใช่ลูกชายตระกูลหลี่หรอกหรือ ได้ยินว่าเจ้าประสบความสำเร็จ ไปสำนักเวิ่นเต๋าหรือ?”
ท่านลุงแก่คนหนึ่งจำหลี่หาวเหรินได้
“ลุงจาง บ้านของข้าไปไหน?”
หลี่หาวเหรินรีบถามเมื่อเจอคนคุ้นเคย
“หืม? พ่อแม่เจ้าไม่ได้บอกหรือ เพื่อฉลองที่เจ้าได้เป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า ครอบครัวเจ้าขายบ้านหลังเดิมแล้วย้ายไป ย้ายไปถนนชุนหยวนแล้ว”
“…จริงๆ แล้วเป็นการฉลองที่ข้าได้เป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าหรือ?”
หลี่หาวเหรินเอามือปิดหน้า รู้สึกจนใจ
ตามทางที่ลุงจางบอก ทั้งสามคนจึงหาบ้านที่แท้จริงของหลี่หาวเหรินเจอ
ก่อนเข้าบ้าน ลู่หยางส่งเสียงถึงเมิ่งจิ่งโจวเบาๆ “เตรียมของฝากลุงป้า