วกับการสร้างแก่นทองคำไหม?”
ลู่หยางตัดสินใจถามเซียนอมตะผู้เป็นหัวหน้า (ตามที่อ้างเอง) ของเซียนทั้งห้าแห่งยุคโบราณ
“ในยุคโบราณ ข้าเคยเห็นแก่นทองคำแบบหนึ่ง นับเป็นแก่นทองคำชั้นหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุด แม้แต่แก่นทองคำที่ข้าสร้างก็ยังสู้ไม่ได้”
“มีแก่นทองคำแบบนั้นด้วยหรือ?”
ลู่หยางประหลาดใจ เซียนอมตะมักจะปากแข็งกว่าหน้า ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองเป็นตัวอ่อนแอที่สุดในหมู่เซียนทั้งห้า ไม่คิดว่าครั้งนี้นางจะยอมรับว่าสู้ผู้อื่นไม่ได้ และแก่นทองคำแต่ละอันก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน จะประเมินว่าอันไหนที่หนึ่งได้อย่างไร
“ในยุคโบราณก่อนที่จะมีผู้บำเพ็ญสำเร็จเป็นเซียน อัจฉริยะทั้งหลายแข่งขันกันข้ามพิบัติ เปรียบฝีมือ ประชันฐานะ แสดงพรสวรรค์…ในตอนนั้นข้าเป็นที่หนึ่งแห่งยุค เซียนอิงเทียน เซียนจิ้วชง พวกเขาตอนนั้นสู้ข้าไม่ได้ ถูกข้าต้อนจนหนีกระเจิดกระเจิง”
“ตอนนั้นมีอัจฉริยะคนหนึ่ง มีดวงเรื่องความรักดีมาก ตอนเขาสร้างแก่นทองคำมีหญิงคู่ใจเจ็ดคน ล้วนเป็นสตรีผู้มีชื่อเสียงในยุคนั้น ทั้งหญิงมากความสามารถ หญิงฝ่ายมาร หญิงฝ่ายธรรมะ อัจฉริยะผู้นั้นและหญิงคู่ใจทั้งเจ็ดสร้างแก่นทองคำ ล้วนเป็นแก่นทองคำชั้นหนึ่ง โดยแก่นทองคำของอัจฉริยะผู้นั้นเป็นหลัก แก่นทองคำของหญิงคู่ใจทั้งเจ็ดเป็นรอง รวมกันเป็นรูปแบบดาวเจ็ดดวงล้อมดวงหลัก เวลาต่อสู้อัจฉริยะผู้นั้นสามารถดึงพลังแก่นทองคำของหญิงคู่ใจมาใช้ได้ พลังเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเจ็ดเท่า”