ประมุขลัทธิเคยคิดว่าพวกเขาตกต่ำถึงเพียงนี้ คงต้องใช้ชีวิตที่เหลือในสำนักเวิ่นเต๋าอย่างไร้จุดหมาย แต่ไม่นึกว่าจะพบความหวังใหม่จากรองประมุขหลิว!
ดูเหมือนว่าภายในสำนักเวิ่นเต๋าก็ไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น และอะไรคือสิ่งที่ลัทธิมารถนัดที่สุด ก็การยุแหย่ให้แตกแยกไม่ใช่หรือ?
“เล่ามาเร็ว ในสำนักเวิ่นเต๋ามีกี่กลุ่มอำนาจ?”
ประมุขลัทธิถามอย่างร้อนใจ
รองประมุขหลิวกางค่ายกลกั้น แล้วยังวางค่ายกลอีกหลายชั้น เพื่อป้องกันเสียงลอดออกและการแอบใช้พลังจิตสอดแนม
เห็นรองประมุขหลิวเตรียมการอย่างรอบคอบ ประมุขลัทธิรู้สึกละอายใจ เมื่อครู่ตนรีบร้อนเกินไปจนลืมป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วไหลออกไป
เหล่าผู้อาวุโสและผู้ดูแลทั้งห้าของลัทธิอมตะเห็นท่าไม่ดี ลังเลว่าควรฟังต่อหรือไม่ ดูเหมือนนี่จะเป็นการประชุมลับที่คนระดับพวกเขาไม่มีสิทธิ์รับรู้
ประมุขลัทธิโบกมือเรียกพวกเขาเข้ามา เพราะคนเหล่านี้คือกำลังที่เหลืออยู่ของลัทธิอมตะ สมควรได้รับรู้
เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว รองประมุขหลิวก็ลดเสียงลงพูดว่า:
“จากที่พวกเราสามารถติดต่อได้ตอนนี้ มีสามกลุ่มอำนาจ สามกลุ่มนี้คือสามผู้ยิ่งใหญ่ของสำนักเวิ่นเต๋า ศิษย์มากมายในสำนักล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสามผู้ยิ่งใหญ่นี้ แต่ละกลุ่มมีผู้ทรงพลังขั้นรวมร่างหลายคนคอยหนุนหลัง รวมถึงผู้แข็งแกร่งขั้นรวมร่างระดับสูงด้วย!”
ประมุขลัทธิพยักหน้า การที่สามกลุ่มอำนาจในสำนักเวิ่นเต๋ามีผู