่างให้ตัวเองได้”
เซียนอมตะเกาคาง “เจ้าอยากให้ข้าจัดคาบเรียนกฎหมายด้วยหรือ”
“ไม่ใช่ ข้าพบว่าความสามารถในการเรียนของศิษย์น่าเป็นห่วง และไม่ชอบเรียนกฎหมายอาญา
เพื่อเพิ่มความกระตือรือร้นในการเรียนของทุกคน จึงอยากเปลี่ยนรูปปั้นของท่าน เป็นรูปถือหนังสือกฎหมายอาญา
ประกาศให้ภายนอกรู้ว่าท่านเซียนก็เป็นคนเรียนกฎหมายอาญาเป็นประจำ”
เซียนอมตะ “…เจ้ายังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่”
“มี ข้าอยากถามว่าพลังของท่านมาจากการฆ่าคนใช่หรือไม่ ฆ่าอย่างอื่นได้หรือไม่
พูดตามตรง บ้านข้าแต่เดิมเปิดโรงฆ่าสัตว์ แม้ตอนนี้เลิกทำแล้ว แต่ขั้นตอนต่างๆ ข้าคุ้นเคยดี
ท่านคิดว่าเปลี่ยนลัทธิอมตะเป็นโรงฆ่าสัตว์อมตะเป็นอย่างไร ฟอกเงิน ขึ้นฝั่ง ศิษย์ก็จะปลอดภัย”
“ลัทธิของเรายังมีคนที่เชี่ยวชาญการย่างเนื้อสามคน เมื่อถึงเวลาเปิดร้านย่างเนื้อเป็นสาขาๆ เชื่อมต่อกับโรงฆ่าสัตว์ สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรม ได้ประโยชน์หลายทาง!”
เห็นเซียนอมตะจะพูดอะไรบางอย่าง ประมุขลัทธิก็พูดต่อ
“ท่านกังวลเรื่องภาษีหรือ เรื่องนี้ท่านวางใจได้ ข้าถูกออกหมายจับเพราะหนีภาษีมากเกินไป จำใจมาเข้าวงการมาร ในด้านภาษีข้าเป็นมืออาชีพ!”
ประมุขลัทธิพูดอย่างมั่นใจ แววตาเปล่งประกาย
เซียนอมตะ “…ไม่มีอะไรแล้ว ข้ากลับได้หรือไม่”
“ยังมีเรื่องเล็กๆ อีกเรื่อง”
ประมุขลัทธิหยิบกระดาษสองสามแผ่นออกมาอย่างนอบน้อม
“นี่คืออะไร”
“แผนซ้อมหนีภัย เพราะย้ายที่ทำการใหญ่แล้ว ยังไม่คุ้นเคยกับทางห