“ข้อสอบจริงเมื่อยี่สิบปีก่อน มันไม่ใช่ข้อสอบจริงหรือ? เด็กหนุ่มอย่าคิดจำกัดและคับแคบนัก”
“เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่ายิ่งของเก่า ยิ่งมีค่า? เมื่อก่อนตอนข้าขุดสุสานกับเหลาจิ่ว พวกเราเลือกเอาของเก่าแก่ที่สุด พวกเราถึงขั้นพบวัตถุจากต้นยุคราชวงศ์ต้าชิ่น เป็นของที่ปีศาจขั้นข้ามพิบัติครอบครอง”
หยุนจือเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง ได้ยินอาจารย์เล่าว่า เขากับผู้อาวุโสที่แปดขุดสุสานด้วยกัน พบวัตถุจากต้นยุคราชวงศ์ต้าชิ่นชิ้นหนึ่ง บรรจุน้ำจากแม่น้ำสามสายและทะเลสาบห้าแห่งได้ มีค่าประเมินไม่ได้ สองคนถึงขั้นต่อสู้กัน
ภายหลังเมื่อตรวจสอบ พบว่านี่เป็นกระโถนของปีศาจขั้นข้ามพิบัติตนหนึ่ง
ผู้อาวุโสที่แปดพูดต่อ: “เจ้าไปสอบถามข้างนอกดูสิ ข้อสอบจริงของสำนักเวิ่นเต๋าหายากยิ่งกว่าของมีค่า ที่ข้าขายข้อสอบจริงให้เจ้าก็ดีแล้ว อย่าจู้จี้จุกจิกเลย”
“เจ้ารู้ไหมข้าเสี่ยงแค่ไหนที่ขายข้อสอบนี้? ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อสร้างรายได้ให้สำนักเวิ่นเต๋า!”
ผู้อาวุโสที่แปดพูดอย่างมีเหตุผล จนลู่หยางพยักหน้าหงึกๆ: “ผู้อาวุโสที่แปดพูดมีเหตุผล เช่นนั้นเงินเดือนของผู้อาวุโสที่แปดก็จ่ายช้ายี่สิบปีด้วยแล้วกัน”
ผู้อาวุโสที่แปดตกใจ: “ไม่ได้นะ”
“ผู้อาวุโสที่แปดอย่าตื่นตระหนก ไม่ใช่ไม่จ่ายเงินเดือน แค่จ่ายช้ายี่สิบปี เงินเดือนที่จ่ายช้ายี่สิบปีก็ไม่ใช่เงินเดือนหรือ?”
“หรือว่าผู้อาวุโสที่แปดเห็นว่าสำนักลำบาก อาสาไม่รับเงินเดือน? ถ้าผู้อาวุโสที่แป