ของพวกเขาจำฐานะข้าได้ ร้องตกใจว่า ‘ท่าน ท่านคือเซียนอมตะ’
ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น วิงวอนขอการอภัยจากข้า”
“จากประสบการณ์ของข้า ตอนนั้นมีแค่ข้าคนเดียวได้ผลดีที่สุด”
มุมตาลู่หยางกระตุก ชีวิตของเซียนหลังเป็นเซียนช่างหลากหลายจริงๆ ไม่นับว่าเป็นวิญญาณปลาเค็มหรอก
ระหว่างที่สองคนคุยกัน ผู้อาวุโสทั้งแปดทยอยเดินเข้ามา ลู่หยางมองผู้อาวุโสที่แปดเป็นพิเศษ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นผู้อาวุโสที่แปด
“พวกเราคำนับรักษาการเจ้าสำนัก”
ผู้อาวุโสทั้งแปดโค้งกายกล่าว
“มาๆๆ ให้ข้าเป็นประธานที่ประชุม!”
เซียนอมตะผลักลู่หยางออกไปด้านข้าง ยึดร่างไว้
นางเป็นเจ้าสำนัก ก็เพื่อความสนุกในตอนนี้นี่แหละ!
“ทุกท่านยืนขึ้นได้”
ลู่หยางเอามือปิดหน้า รู้สึกว่าตอนนั้นไม่ควรเรียกชื่อจริงของเซียนอมตะเลย
ตอนแรกเขายังคิดว่าเซียนอมตะเป็นไม้เด็ดของเขา ตอนนี้เขาพบว่าประโยชน์ของเซียนมีแค่เล่าประวัติศาสตร์มืดยุคโบราณและทำให้เขาอับอาย
ผู้อาวุโสทั้งแปดรู้สึกแปลกๆ กับสภาพของลู่หยาง แต่พอนึกถึงว่าลู่หยางเป็นศิษย์ของท่านเต๋าปู้ อวี่ ทุกอย่างก็เข้าใจได้
“รักษาการเจ้าสำนัก ข้าจะรินน้ำให้ท่าน”
เสียงเย็นชาและคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังลู่หยาง ทำให้เซียนอมตะเหงื่อเย็นซิบ
ศิษย์พี่ใหญ่ถือีกาน้ำชา รินน้ำให้เซียนอมตะ ท่วงท่าดงาม
ทำให้คนต้องทอดถอนใจว่าไม่ว่าหยุนจือจะทำอะไรก็สมบูรณ์แบบไปหมด
ตอนที่หยุนจือก้มตัวรินน้ำ นางมองเซียนอมตะเย็นชา
เซียนอมตะรีบพ