งพังพินาศไปแล้ว
มองขึ้นไปอีก เห็นชื่อหนังสือ – 《ตำราทำอาหารฉบับสมบูรณ์》
“หืม?”
ลู่หยางเปิดดูหลายหน้า พบว่าเนื้อหาตรงกับชื่อหนังสือ สอนวิธีทำอาหารจากสัตว์วิเศษต่างๆ
ไอ้บ้าเอ๊ย! วิชาเซียนบ้าอะไร!
เซียนอิงเทียน เจ้าช่างไว้ใจไม่ได้เลย!
แค่ของแบบนี้ยังต้องใส่ผนึก อะไรกัน กลัวมนุษย์จะกินสัตว์วิเศษสูญพันธุ์หรือไง?
เซียนอมตะพบความผิดปกติ ขมวดคิ้วพูด:
“ไม่ถูกสิ ข้ากินสัตว์วิเศษและของแปลกมามากมาย รวบรวมประสบการณ์การทำอาหารเป็นตำรา
นี่เป็นผลงานที่ข้าภูมิใจ หนังสือเล่มนี้ข้าเป็นคนเขียน ทำไมกลายเป็นของเซียนอิงเทียนไปได้?”
เซียนอมตะกัดฟันกรอด: “เซียนอิงเทียนไอ้หลานชายคนนี้ ฉวยโอกาสตอนข้าตายแย่งลิขสิทธิ์ผลงานข้า?”
“ที่แท้เป็นท่านเขียนนี่เอง งั้นก็สมเหตุสมผล”
ลู่หยางเข้าใจแล้ว
“เจ้าว่าอะไรนะ?”
เซียนอมตะสีหน้าไม่ดี
“อ๊ะ ไม่ใช่ ข้าหมายถึงเซียนอิงเทียนคงอิ่มจนเมาถึงได้เขียนชื่อบนหนังสือแบบนี้”
เซียนอมตะรู้สึกว่าลู่หยางดูถูกนางเกินไป:
“ไอ้หนู เจ้าไม่มีวิสัยทัศน์ ดูดูถูกผลงานของข้า ถ้าเรียนรู้ตำราของข้าได้ อย่างน้อยก็เป็นพ่อครัววิเศษขั้นข้ามพิบัติ
ถ้าเอาออกไปข้างนอก จะมีคนแย่งกันจนสมองกระเด็น!”
“ตอนข้าทำอาหารให้คนอื่นทั้งสี่กิน พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรที่จะกินอาหารที่ข้าทำ พยายามหาข้ออ้างสารพัดไม่กล้ามากิน!”
“จริงๆ ไม่ใช่เพราะท่านทำไม่อร่อยหรอกหรือ?”
“พูดเหลวไหล อาหารที่ข้าทำเปล่งแสงทอง จะไม่อร่อ