่ม สี่คนไม่รู้เลยว่าท่านเต๋าปู้อวี่หลอมรวมกับกระบี่เล่มไหน หาก็หาไม่เจอ
สี่คนหงุดหงิดจนอยากจะพ่นเลือด พวกเขาไม่เคยได้ยินวิธีถ่วงเวลาแบบนี้มาก่อน!
“เจ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าผู้ฝึกฝนกระบี่อีก!”
“กฎของตำรวจเมืองปู่อี้”
[ข้อหนึ่ง: คนสวมเสื้อดำคือคนจากที่ว่าการ เมื่อสวมแล้วถอดไม่ได้]
[ข้อสอง: เจ้าสามารถเรียกใครก็ได้ คนที่เจ้าเรียกจะคอหัก]
[ข้อสาม: ในที่ว่าการมีตำรวจห้าสิบคนและผู้ใหญ่บ้านหนึ่งคน หากเห็นคนอื่น ให้ทำเป็นมองไม่เห็น]
[ข้อสี่: ตั้งแต่ยามไฮ่ถึงยามเฉิน เจ้าต้องอยู่ในที่ว่าการ]
[ข้อห้า: อาหารของเจ้ามีแค่ซาลาเปาใส่เนื้อ ไม่กินสามวันจะตาย]
[ข้อหก: ผู้ใหญ่บ้านมีหัวหนึ่งหัวและแขนสองข้าง]
[ข้อเจ็ด: หากเจ้ารู้สึกวิงเวียน ตาลาย หรือแขนมีขนดำงอก และไม่กลับเป็นปกติภายในหนึ่งชั่วยาม สามารถละเว้นข้อสี่ รีบไปศาลบรรพบุรุษทันที]
[ข้อแปด: เจ้าจะไม่เห็นผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่ยามไฮ่ถึงยามเฉิน หากเห็น ให้เชื่อว่าเป็นภาพหลอน]
[ข้อเก้า: หากมีคนคอหักเพราะเจ้าหนึ่งร้อยคน เจ้าสามารถเลือกออกหรือไม่ออกจากเมืองปู่อี้ หลังออกจากเมืองปู่อี้ เจ้าจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเมืองปู่อี้]
[ข้อสิบ: ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ละเมิดกฎข้างต้น เจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งผู้ใหญ่บ้าน]
[ข้อสิบเอ็ด: กลางเมืองมีต้นไทรอายุสามร้อยปี ตั้งแต่ยามไฮ่ถึงยามเฉิน ต้นไทรจะกลายเป็นศาลบรรพบุรุษ]
“ในที่สุดก็รู้ตำแหน่งศาลบรรพบุรุษแล้ว”
เมิ่งจิ่งโจวยิ้