ำรวจที่ยังไม่เป็นอะไรยืนกลัวลู่หยาง ไม่กล้าขยับ เป็นอย่างนี้ ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวจึงเดินหายไปจากสายตาตำรวจอย่างสบายๆ
สองคนไม่ได้สังเกตสายตาของชาวบ้านข้างทาง ที่มองด้วยความหวาดกลัว
“โชคดีที่สองคนนี้ต้องปฏิบัติตามกฎทั่วไป ถ้าพวกเขาสวมเสื้อดำ เป็นตำรวจ พวกเราจะมีทางรอดไหม?”
“ใครจะว่าไม่ใช่ล่ะ พวกเขายังบอกว่าตัวเองเป็นสำนักชั้นนำ ข้าว่าคงเป็นสายลับลัทธิมารที่แฝงตัวเข้ามาในฝ่ายธรรมะแน่ๆ!”
ชาวเมืองปู่อี้โล่งใจที่ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวอยู่ฝ่ายพวกเขา ไม่งั้นพวกเขากลัวว่าจะมีชีวิตอยู่ไม่เกินสามวัน
วันที่หก ยามจือ พวกตำรวจฉลาดขึ้น หยิบซาลาเปาใส่เนื้อไว้ก่อนไม่กิน มาดักหน้าประตูโรงเตี๊ยม
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวคาดการณ์ไว้แล้ว จึงปีนหน้าต่างชั้นสองหนี
“ตาม อย่าให้พวกเขาหนีไป!”
ความแค้นสองวันสะสมถึงระดับที่น่ากลัวมาก พวกตำรวจนึกถึงความเจ็บปวดเมื่อวาน อยากฉีกพวกเขาเป็นชิ้นๆ
ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจววิ่งคล่องขึ้นเรื่อยๆ พวกตำรวจไม่ทันสังเกตว่าพวกเขาไล่ตามไปถึงเขตโรงเรียน
ครูโรงเรียนเห็นลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจว กัดฟันกรอด เขาเรียกคนที่กำลังอ่านหนังสือในโรงเรียนออกมา
คนที่อ่านหนังสือในโรงเรียนไม่อาจเรียกว่าคนอีกต่อไป พวกเขามีขนดำปกคลุมทั้งตัว ปากยาว บางคนหนักถึงขั้นคลานกับพื้น เหลืออีกก้าวเดียวก็จะกลายเป็นหมาดำ
“จับพวกเขา!” ครูโรงเรียนออกคำสั่ง
พวกตำรวจเห็นภาพนี้ก็โกรธ ยังกล้ามาแย่งคนกับพวกเขาอีก!
ครูโ