ม่เหมือนเดินขึ้นหรือลงบันไดเลย มันยังอยู่ชั้นเจ็ด!”
เมิ่งจิ่งโจวรู้สึกสยอง ในสมองเขาจินตนาการภาพ: อีกฝ่ายสองมือยันผนัง ซ่อนบนเพดาน รอให้ชาวบ้านใจเบาเปิดประตูเอาอาหาร จะโถมลงมาจากฟ้า พุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย… ไม่รู้ว่าเมิ่งจิ่งโจวและลู่หยางคิดเหมือนกันหรือเพราะระมัดระวังโดยสันดาน จึงไม่มีทีท่าจะเปิดประตู
“นอนเถอะ”
เมิ่งจิ่งโจวหาว กฎบอกว่าต้องนอนก่อนยามจื่อ คือก่อนห้าทุ่ม เขาหยิบผ้าห่มออกจากตู้ ปูบนพื้น อาสานอนล่างเอง จากนั้นเขาเป่าดับเทียน ห้องมืดสนิท แสงจันทร์บางๆ ส่องผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาในห้อง เมิ่งจิ่งโจวมองออกไปนอกหน้าต่าง หัวใจหยุดเต้น
เงาดำปรากฏนอกหน้าต่าง ส่ายซ้ายส่ายขวา ราวกับเกาะขอบหน้าต่าง พยายามยื่นคอมองเข้ามา ปัญหาคือที่นี่ชั้นสอง อีกฝ่ายสูงแค่ไหนกัน?!
“ตรวจหน้าต่างว่าใส่กลอนหรือยัง!”
ลู่หยางตะโกนทันที เขานึกได้ว่ากฎบอกว่าห้ามเปิดหน้าต่าง! หลังเข้ามา พวกเขาสนใจแต่ล็อกประตู ลืมเรื่องหน้าต่างไป ไม่รู้ว่าหน้าต่างปิดหรือใส่กลอนด้วยซ้ำ! สองคนขยับเร็วมาก พบว่าหน้าต่างไม่ได้ใส่กลอนจริงๆ รีบใส่กลอนก่อนอีกฝ่ายจะเคาะหน้าต่าง มองเงาดำรูปร่างคนผ่านหน้าต่าง หัวใจเต้นตูมๆ สองคนผ่านคืนแรกมาได้อย่างหวุดหวิด