ได้ยากในรอบหมื่นปีอยู่แล้ว ยิ่งบวกกับความขยันหมั่นเพียร วรยุทธ์จึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการประชุมใหญ่ของสำนักเซียน หยุนจือก็ทิ้งห่างคู่แข่ง คว้าตำแหน่งที่หนึ่ง
ตามธรรมเนียม เจ้าสำนักทั้งห้าจะวิจารณ์จุดบกพร่องของผู้ชนะ บางเจ้าสำนักกลัวผู้ชนะจะเย่อหยิ่ง จึงลงไปประลองกับผู้ชนะ แล้วเจ้าสำนักทั้งห้าก็ถูกหยุนจือเตะกระเด็นไปคนละทิศละทาง พอถึงการประชุมใหญ่ครั้งต่อมา ในขณะที่ศิษย์สำนักเซียนต่างเหน็ดเหนื่อยต่อสู้บนเวที หยุนจือกลับนั่งวิจารณ์อยู่ที่นั่งเจ้าสำนัก และนั่งตรงกลางด้วย
ท่านเต๋าปู้อวี่คิดในใจว่า ข้าก็แค่อยากให้เจ้าขยันบำเพ็ญ พัฒนาวรยุทธ์ขึ้นมา จะได้เป็นเจ้าสำนักแทนข้า ข้าจะได้แอบออกไปเที่ยว
แน่นอน คำพูดแบบนี้ท่านเต๋าปู้อวี่ตายก็ไม่กล้าพูดออกมา
หยุนจือไม่ได้รังเกียจการบำเพ็ญแต่อย่างใด ตรงกันข้าม นางกลับเพลิดเพลินกับการบำเพ็ญ ขณะบำเพ็ญนางรู้สึกว่าโลกสงบนิ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตัวนางเหมือนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลก สัมผัสได้ชัดเจนว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ หลังจากบำเพ็ญเสร็จ สมองแจ่มใส จิตใจสดชื่น จะไม่ทำเพราะอะไร?
“ช่างเถอะ เมื่อท่านอยากออกไป ก็ออกไป…” หยุนจือพูดเรียบๆ น้ำเสียงผ่อนคลายลง
ท่านเต๋าปู้อวี่ดีใจ ไม่เสียแรงที่พูดจนปากเปียก เสี่ยวหยุนยอมปล่อยข้าออกไปแล้วหรือ
“ด้วยความสามารถของท่านเอง” หยุนจือพูดท่อนหลังจบแล้วหมุนตัวจากไป
ท่านเต๋าปู้อวี่อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออ