”
“เรื่องเล่า?”
หยุนจือรู้เรื่องสายนี้น้อยมาก ท่านเต๋าปู้อวี่ต่างหากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เพราะเป็นคนที่บริจาค ‘ตำราเดี่ยว’ ให้หอคัมภีร์
“ใช่ เรื่องเล่า ก่อนเข้าสำนักเวิ่นเต๋า ข้ารู้เรื่องการบำเพ็ญเซียนทั้งหมดจากนักเล่าเรื่อง ตอนนี้เรื่องเล่าในท้องตลาดมีคุณภาพไม่เท่ากัน เนื้อเรื่องขัดแย้งกันมาก บันทึกเรื่องการบำเพ็ญก็รู้ครึ่งๆ กลางๆ ทำให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการบำเพ็ญได้ง่าย ถ้าพวกเราเอาเรื่องราวของสำนักเวิ่นเต๋ามาแต่งเป็นเรื่องเล่า ต้องได้รับความนิยมแน่นอน!”
ลู่หยางพูดถึงตรงที่ตื่นเต้น กำมือแน่น
“เรื่องราวของสำนักเวิ่นเต๋าก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร จะดึงดูดคนได้หรือ?”
ศิษย์พี่ใหญ่ยังสงสัยอยู่ ลู่หยางคิดในใจว่า ถ้าเรื่องราวของสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเรายังไม่แปลกประหลาด แล้วโลกผู้บำเพ็ญนี้จะต้องเหลวไหลขนาดไหน? ศิษย์พี่ใหญ่ตั้งหน้าตั้งตาบำเพ็ญ ไม่ค่อยรู้เรื่องทั่วๆ ไป คงไม่รู้ว่าสำนักเวิ่นเต๋าของพวกเรามีชื่อเสียงอย่างไรในโลกภายนอก
ลู่หยางคิดว่าด้วยวรยุทธ์ของศิษย์พี่ใหญ่ คนในสำนักอื่นคงไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว คงไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้าหยุนจือว่าพวกเจ้าสำนักเวิ่นเต๋าสมองมีปัญหา
“ไม่มีปัญหาแน่นอน!” ลู่หยางรับรองหนักแน่น
“งั้นในสำนักเวิ่นเต๋า ใครเหมาะจะเขียนเรื่องเล่าเผยแพร่สู่ภายนอก?”
หยุนจือขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดถึงปัญหา
“ข้าขอเสนอผู้หนึ่ง ต้องทำงานนี้ได้แน่นอน!”
“ใคร?”
“อาจารย์”