้ชัดเจน ตอนที่เห็น ‘ตำราเดี่ยว’ ในหอคัมภีร์เขาอึ้งไปนาน คิดว่าเดินเข้าผิดที่
“ภายหลังท่านอาจารย์ทนฟังเหลาจิ่วพูดไม่ไหวจริงๆ จึงตั้งฉายาปู้ อวี่ให้เขา หวังว่าเขาจะพูดน้อยลง”
ลู่หยาง: “ได้ผลไหม?”
“ไม่ได้ผล เหลาจิ่วบอกว่า ‘บัณฑิตไม่พูดเรื่องประหลาด พลังและความวุ่นวาย แค่ไม่พูดเรื่องพวกนั้นก็ไม่เป็นไร’
แล้วก็พูดไม่หยุด ปากเสียของเขาสมควรเย็บซะ”
“แต่พรสวรรค์ในการบำเพ็ญของเหลาจิ่วแข็งแกร่งที่สุดในพวกเราเก้าคน แน่นอน เทียบกับหยุนจือไม่ได้
พรสวรรค์ของหยุนจือ ข้าคาดว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีสองสามคน”
“หลังอาจารย์ปลีกวิเวก พวกเราเก้าคนก็พูดกันว่าให้ใครเป็นเจ้าสำนัก พวกเราแปดคนเห็นพ้องให้เหลาจิ่วเป็น
เหลาจิ่วพูดเก่งขนาดนี้ ต้องเป็นได้ดีแน่ เหลาจิ่วไม่ยอมเด็ดขาด
พวกเราก็บอกว่าธรรมเนียมยุทธภพ ใครแข็งแกร่งคนนั้นมีสิทธิ์ตัดสิน เหลาจิ่วบอกตกลง”
“แล้วพวกเราแปดคนก็รุมเขาพร้อมกัน ซ้อมเหลาจิ่วหนึ่งยก บังคับให้เหลาจิ่วขึ้นเป็นเจ้าสำนัก”
ลู่หยางนึกถึงที่อาจารย์เคยพูดว่า “ผ่านการต่อสู้นองเลือด” ก็ไม่ผิดนัก
“สายตาของพวกเราแปดคนแม่นจริงๆ เหลาจิ่วมีพรสวรรค์ด้านการบริหาร จัดการสำนักได้เป็นระเบียบ
ปัดเป่าบรรยากาศซบเซาก่อนหน้า แน่นอน อาจเกี่ยวกับนิสัยของเขาด้วย”
“ต่อมาไม่รู้เป็นอย่างไร สิบปีก่อนหยุนจือก็มาหาพวกเรา บอกว่าต่อไปนางจะบริหารสำนัก
พวกเราคิดว่าสุดท้ายก็ต้องเป็นยุคของคนรุ่นใหม่ รับช่วงเร็วก็ดี ก็ให