งทุนหินวิเศษเท่าไรก็คุ้มค่า!”
“ให้หินวิเศษกับเขาตานติ่งของพวกเจ้า สู้ให้สวนสมุนไพรของพวกเราไม่ได้
พอดีจะเปลี่ยนค่ายกลชั้นล่างใหม่ สมุนไพรจะเติบโตแข็งแรงขึ้น!”
ผู้อาวุโสต่างแสดงความคิดเห็นเรื่องจัดสรรหินวิเศษ ไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน หยุนจือกำลังจะเอ่ยปาก ผู้อาวุโสทั้งแปดเห็นหยุนจือจะพูดจึงเงียบลง
ทันใดนั้นร่างหยุนจือชะงัก ความรู้สึกแบบนั้นมาอีกแล้ว เป็น ฟางเจิ้ง กำลังยืมพลังของตนหรือ?
ปลายนิ้วหยุนจือปรากฏพลังเล็กน้อย จะให้เขาไหม?
คราวที่แล้ว ฟางเจิ้ง ยืมพลังจากหยุนจือได้ง่ายๆ เพราะหยุนจือไม่ได้ป้องกัน คราวนี้หยุนจือเตรียมพร้อมแล้ว ไม่ปล่อยให้พลังรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย
หยุนจือคิดครู่หนึ่ง เก็บพลังคืน ตัดสินใจไปดูด้วยตัวเองว่า ฟางเจิ้ง กำลังทำอะไร
“ขอผู้อาวุโสทั้งหลายหารือกันก่อน ข้าไปแป๊บบเดียวก็กลับ”
หยุนจือแยกจิตวิญญาณออกจากร่าง ท่องเที่ยวในฟ้าดิน ทิ้งผู้อาวุโสทั้งหลายที่มองหน้ากันไว้
จิตวิญญาณลอยขึ้นสู่ฟ้า พุ่งทะยาน ด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ หาตำแหน่งเจอ เข้าสู่ร่างของ ฟางเจิ้ง
เพิ่งเข้าสู่ร่าง ฟางเจิ้ง ก็ได้ยินเซียนอมตะน้อยเยาะ: “ยอมให้ข้าแย่งร่างดีๆ เถอะ”
หยุนจือเห็นทันทีว่าเซียนอมตะน้อยเป็นวิญญาณเซียน แม้จะอ่อนแอ แต่กลับเป็นวิญญาณเซียนที่สมบูรณ์
“กล้าลงมือกับศิษย์น้องเล็ก?”
หยุนจือยื่นมือขาวงามออกมา ตบใส่เซียนอมตะน้อย
“ใคร!”
เซียนอมตะน้อยตกตะลึง นางไม่รู้สึกถึงการมาของอีกฝ่ายเลย แ