ักหน้า ไม่เข้าใจว่าลู่หยางรู้ได้อย่างไร ไม่ใช่บอกว่าไม่เข้าใจเรื่องค่ายกลหรอกหรือ?
“เมื่อวานตอนข้าออกมาเจอผู้ดูแลเจ็ดคน เป็นคนที่หัวหน้าสาขาชูเรียกมาเร่งด่วน น่าจะมีภารกิจอะไร ข้าเดาว่าจัดให้พวกเขาถือเลือดวิเศษไปรอที่จุดสำคัญของค่ายกล”
“อย่างนี้ เจ้าเล่าความรู้เรื่องค่ายกลพลิกอายุขัยต่อสิ”
หลันถิงไม่ได้ปฏิเสธ วงกลมเจ็ดจุดบนแผนที่มณฑลเหยียนเจียง “เจ็ดที่นี้เป็นจุดสำคัญในการกระตุ้น อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวในมณฑลเหยียนเจียง จุดศูนย์กลางอยู่ที่…ไหล่เขาซงซาน!”
การใช้ค่ายกลพลิกอายุขัยในการทะลวงขั้น แน่นอนต้องเลือกที่เงียบสงบ
“พวกเราถอนยันต์พลิกอายุขัยออกบ้าง ขัดขวางการทำงานของค่ายกล แต่ทำแบบนี้ มีโอกาสสูงที่หัวหน้าสาขาชูจะสังเกตเห็น แทนที่จะรอให้เขามาหา สู้พวกเราซุ่มโจมตีก่อน จับเขาได้แบบไม่ทันตั้งตัวดีกว่า” ลู่หยางพูด
ลู่หยางกังวลว่าจะต้องต่อสู้กับหัวหน้าสาขาชู ถึงได้ไม่บันทึกวิธีการต่อสู้ของทั้งสี่คนไว้ในลูกแก้วบันทึกภาพ
ทั้งสามคนรู้สึกลำบากใจ ตอนนั้นจะเป็นการต่อสู้เอาเป็นเอาตาย หัวหน้าสาขาชูเป็นถึงขั้นแก่นทองคำช่วงปลาย รับมือยากมาก
“แจ้งทางการได้ไหม บอกเรื่องนี้กับฝางชิงยุน” หม่านกู่ถาม
ลู่หยางส่ายหน้า “ถ้าฝางชิงยุนรู้เรื่องค่ายกลบนธงเล็กๆ ต้องสงสัยท่านผู้ว่าการหลี่แน่ ถ้าท่านผู้ว่าการหลี่ถูกจับ ตัวตนศิษย์ลัทธิมารของพวกเราก็ต้องถูกเปิดเผยด้วย”
หลันถิงลังเลพูด “แค่พวกเราสี่คนสู้กับขั้