่านกู่เขียนอย่างคล่องแคล่ว เขียนตัวอักษรหนึ่งตัว
หมอดูเคาะๆ ส่งเสียงซี่ดยาว “ตัวอักษรของเจ้านี่…”
“มีปัญหาอะไร?” หม่านกู่รีบถาม
“ตัวอักษรเจ้าเขียนน่าเกลียดมาก นี่ตัวอะไร?”
“หยู (儒)”
“…” หมอดูสงบจิตใจ แล้วอธิบาย “หยู แปลว่านุ่มนวล เป็นชื่อเรียกนักปราชญ์ ประกอบด้วย ‘คน (人)’ กับเสียง ‘สวี (需)’”
“เจ้าร่างกายแข็งแรง ดูเหมือนทำลายไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วมีจิตใจอ่อนโยน ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ใครว่าอย่างไรก็เชื่ออย่างนั้น เรียนอะไรก็เป็นอย่างนั้น”
“ดูตัว ‘สวี’ มี ‘ฝน (雨)’ ด้านบน ‘เออ (而)’ ด้านล่าง”
“เมฆลอยขึ้นสู่ฟ้า รอเวลาตกเป็นฝน หมายความว่าอนาคตเจ้าจะเป็นที่ต้องการของผู้คน”
“ตัว ‘คน’ ยืนอยู่ข้างๆ หมายความว่าเจ้าไม่เพียงจะได้เป็นปราชญ์ใหญ่ แต่ยังจะเป็นปราชญ์ใหญ่ในรูปแบบใหม่”
หม่านกู่ได้ยินว่าตนจะได้เป็นปราชญ์ใหญ่ ดีใจจนยิ้มแก้มปริ
ระดับความรู้ขงจื๊อของเขาอยู่ท้ายๆ ในสำนักผู้อาวุโสสี่ แม้ผู้อาวุโสสี่จะไม่ใส่ใจ บอกว่าสอนทุกคนโดยไม่เลือกชั้น บอกว่าเขาแค่ยังไม่รู้แจ้ง ขอเพียงรู้แจ้งได้ก็จะเข้าสู่วิถีขงจื๊อในพริบตา อนาคตคาดเดาไม่ได้
แต่หม่านกู่ไม่มั่นใจในตัวเองมาตลอด ตอนนี้หมอดูวิเคราะห์ว่าเขาจะได้เป็นปราชญ์ใหญ่ จึงได้ความมั่นใจกลับคืนมา
ตัวเองยังมีศักยภาพอยู่!
“อ้อ ยังมีอีกเรื่อง”
“อะไร?”
“กลับไปฝึกคัดอักษรให้มากๆ”
“อ๋อ”
“เจ้าต้องการแบบคัดตัวอักษรไหม พอดีข้ามีอยู่เล่มหนึ่ง เอาไปเลย นี่เป็นค่าใ