ป็นไปได้ว่าหมอดูผู้นี้มองออกว่าพวกเขาทั้งสี่คนมาจากสำนักเวิ่นเต๋าและสำนักเยว่กุยเซียนกง
“ฮ่าๆ ศิษย์น้องเจ้าคงเข้าใจผิดแล้ว ข้าเป็นเพียงนกน้อยอิสระ คนไร้การไร้งาน จะเป็นศิษย์สำนักเทียนเช่อได้อย่างไร?”
เมิ่งจิ่งโจวเงียบไปครู่หนึ่ง หยิบสัญญาเลือดม้วนหนึ่งจากแผ่นหยกประจำตัว “สามร้อยปีก่อน ผู้อาวุโสผู้เฒ่าสำนักเทียนเช่อมาขอยืมหินวิเศษชั้นเยี่ยมจำนวนมหาศาลจากตระกูลเมิ่งของพวกเรา ต่อมาเขาใช้คืนไม่ได้ จึงหลบเข้าถ้ำ ประกาศว่าปิดด่านตาย”
“ตระกูลเมิ่งพวกเราไปทวงหนี้ที่สำนักของพวกเจ้า เจ้าสำนักของพวกเจ้าทำสัญญาเลือด บอกว่าจะต้องใช้คืนแน่นอน และทายาทตระกูลเมิ่งทุกคน เมื่อพบศิษย์สำนักเทียนเช่อ สามารถใช้สัญญาเลือดบังคับให้ศิษย์สำนักเทียนเช่อใช้เงินได้”
“เจ้าจะลองพิสูจน์พลังของสัญญาเลือดไหม?”
ลู่หยางได้ยินมาว่าตระกูลเมิ่งเป็นเจ้าหนี้ของคนทั่วหล้า ดูท่าคงเป็นความจริง
หมอดูโถมตัวคุกเข่า กอดขาเมิ่งจิ่งโจวร้องไห้โฮ “พี่ใหญ่ตระกูลเมิ่ง ไว้ชีวิตด้วย วันหน้ายังต้องพบกันอีก!”
“สำนักเทียนเช่อพวกเราจนถึงขั้นเลี้ยงศิษย์ไม่ไหว ให้พวกเราลงเขามาหาเลี้ยงตัวเอง ถ้าข้าหลัวป๋อมีเงิน จะต้องมาหลอกลวงต้มตุ๋นที่นี่หรือ!”
“แค่ค่าเช่าแผงยังจ่ายไม่ไหวเลย!”
หมอดูหลัวป๋อร้องขอความเห็นใจ “ดูเสื้อคลุมที่ข้าใส่สิ ปะชุนมาหลายปี ไม่มีเงินซื้อใหม่!”
เมิ่งจิ่งโจวกลอกตา เสื้อคลุมนี่ดูก็รู้ว่าผ่านการปลุกเสกมา มีค่าไม่น้อย
“ข้าไม่ได้