“ตอนนี้มีคนแสดงอาการง่วงนอนมากมาย หรือว่ายันต์พลิกอายุขัยเริ่มดูดอายุขัยของคนธรรมดาแล้ว?”
หลันถิงส่ายหน้า “ไม่ใช่อย่างนั้น อายุขัยเป็นรากฐานของชีวิต ไม่ใช่จะสั่นคลอนได้ง่ายๆ จากที่เจ้าเล่ามา ช่วงนี้คนเพิ่งแสดงอาการง่วง นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น อย่างน้อยต้องผ่านไปครึ่งเดือน จึงจะเริ่มดูดอายุขัยจริงๆ”
“กระบวนการดูดอายุขัยจริงใช้เวลานานมาก และสังเกตได้ยาก”
“แต่ยันต์พลิกอายุขัยก็มีวิธีบังคับให้ทำงานได้”
“วิธีอะไร!” ลู่หยางถามต่อ
หลันถิงพูดอย่างจริงจัง “ใช้ยันต์พลิกอายุขัยเป็นจุดศูนย์กลาง จัดวางเป็นค่ายกลพลิกอายุขัย ใช้เลือดคนเป็นตัวนำ ไม่ต้องรอครึ่งเดือน สามารถกระตุ้นค่ายกล ใช้อายุขัยของคนธรรมดาเพิ่มวรยุทธ์ของตน!”
จริงๆ แล้ว ยันต์พลิกอายุขัยและค่ายกลพลิกอายุขัยเป็นความรู้ที่หายาก มีบันทึกอยู่ในหนังสือสองสามเล่ม และเพราะยันต์พลิกอายุขัยเป็นวิชามารโดยแท้ หนังสือที่บันทึกถึงมันจึงถูกจัดเป็นหนังสือต้องห้าม แม้แต่ปรมาจารย์ด้านค่ายกลที่มีความรู้กว้างขวางก็อาจจะแค่เคยได้ยินชื่อยันต์พลิกอายุขัย แต่ไม่รู้จักลวดลายของมัน
ก็เพราะหลันถิงมาจากสำนักเยว่กุยเซียนกง จึงมีสิทธิ์เข้าถึงหนังสือต้องห้ามเหล่านี้
นางบอกว่าตนเองรู้เรื่องค่ายกลแค่ผิวเผิน แต่ตอนนี้แสดงให้เห็นว่าความรู้ที่มีไม่ใช่แค่ “ผิวเผิน” เท่านั้น
หลันถิงพูดต่อ “แต่คนที่เขียนยันต์พลิกอายุขัยคงไม่รู้จักค่ายกลพลิกอายุขัย ก่อนค่ายกลพลิกอายุขัยทำง