ต่ลัทธิอมตะคำนึงถึงภาพรวม จึงไม่ได้ทำเช่นนั้น
ผู้บำเพ็ญฝ่ายมารพวกนี้สร้างความเดือดร้อนในท้องที่ สามารถดึงความสนใจของฝ่ายธรรมะ ภายใต้ข้อมูลวุ่นวายมากมาย ฝ่ายธรรมะไม่อาจแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นฝีมือของผู้บำเพ็ญฝ่ายมาร อะไรเป็นฝีมือของลัทธิมาร ด้วยวิธีนี้จึงสร้างความสับสนได้
ลู่หยางสามคนค่อยๆ ตื่นขึ้น เมื่อครู่ประสบเรื่องมากมาย สมองยังสับสนอยู่บ้าง
ภาพสุดท้ายก่อนหมดสติคือ… ศิษย์พี่ใหญ่ลงมาจากฟ้า?!
ลู่หยางตกใจจนเหงื่อเย็นซิบ หวังว่าศิษย์พี่ใหญ่จะไม่เห็นตนเปลี่ยนเป็นนางนะ หากเห็นเข้า ต้องถูกถลกหนังแน่
เมิ่งจิ่งโจวกับหม่านกู่ก็นึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มวยเลียนแบบของลู่หยางเรียกตัวจริงของศิษย์พี่ใหญ่มา
ลู่หยางใช้สายตาเตือนทั้งสองคน อย่าเผยความลับออกไป ทั้งสองรู้ความรีบพยักหน้า
หัวหน้าสาขากลั้นความดีใจ ใช้น้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดพูดว่า “นับจากวันนี้ พวกเจ้าทั้งสิบคนก็เป็นคนของลัทธิอมตะแล้ว”
“ตามธรรมเนียมควรจัดพิธีเข้าลัทธิก่อน แต่วันนี้การทดสอบสามด่านได้ใช้พลังงานของทุกคนไปหมดแล้ว ข้าก็เช่นกัน การจะไปกราบไหว้เซียนอมตะในสภาพนี้ เป็นการไม่เคารพต่อเซียน พรุ่งนี้ค่อยมาที่นี่จัดพิธีเข้าลัทธิอย่างเป็นทางการ”
ลู่หยางเห็นได้ชัดว่า เมื่อพูดถึงเซียนอมตะ น้ำเสียงของหัวหน้าสาขา รวมถึงสีหน้าของผู้ดูแลทั้งสิบเอ็ดคนล้วนเปลี่ยนไป
แสดงว่าการนับถือเซียนอมตะของพวกเขาไม่ใช่เรื่องหลอกลวง แต่เชื่อในตัวตนของเซียนอมตะอ