สิบนาทีต่อมา ชิ่นหยวนหาวและชายร่างผอมสูงเดินออกจากหอนางโลมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีแววตื่นเต้นเหมือนตอนเข้าไปแม้แต่น้อย
ลู่หยางเกาขมับ พวกเขาออกมาเร็วขนาดนี้เชียว?
ที่หน้าประตู แม่เล้ายื่นกระดาษให้ชิ่นหยวนหาวและชายร่างผอมสูงคนละแผ่น ทั้งสองเปิดอ่านแล้วเผาทิ้งทันที
“พี่ชิ่น หัวหน้าสาขามีธุระกับข้า ให้ข้าไปที่สาขาย่อย ข้าขอตัวก่อน”
“อืม หัวหน้าสาขาก็ให้ข้าจัดการธุระบางอย่าง แยกกันตรงนี้แล้วกัน อย่าลืมช่วยข้าประกาศเรื่องที่ข้าไปหอนางโลมด้วย”
“ไม่มีปัญหา”
ทั้งสองแยกกันที่หน้าหอนางโลม ลู่หยางตัดสินใจตามชายร่างผอมสูงไป
ชายร่างผอมสูงและชิ่นหยวนหาวมีวรยุทธ์ใกล้เคียงกัน จึงไม่พบลู่หยางที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน
ผู้คนและบ้านเรือนรอบข้างค่อยๆ เบาบางลง เดินไปถึงด้านหลังกลายเป็นเขาเปลี่ยว ไร้ผู้คน
ชายร่างผอมสูงดูคุ้นเคยกับที่นี่ดี เดินขึ้นเขาอย่างสบายใจ เส้นทางคดเคี้ยว เขาเดินประมาณหนึ่งเค่อครึ่งก็หยุดที่หน้าผาแห่งหนึ่ง
ที่นี่อยู่ระหว่างรอยต่อของมณฑลเหยียนเจียงกับอีกมณฑลหนึ่ง โดยทฤษฎีแล้วถือเป็นพื้นที่ของมณฑลเหยียนเจียง แต่หากดูจากปัจจัยทางประวัติศาสตร์ ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเหตุผลในการปกครอง
เพราะต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล ทั้งสองฝ่ายจึงไม่มีใครดูแล
ด้วยที่นี่ไม่มีสิ่งมีค่า จึงไม่จำเป็นต้องแย่งชิงกัน
เขาเคาะกำแพงสามยาวหนึ่งสั้น พร้อมท่องคาถา กำแพงก็กลายเป็นเหมือนน้ำ
ชายร่างผอมสูงก้าวเข้าไปในกำแพง หายตัวไป
ลู่หยา