เริงน่ารัก สดใสเป็นที่ชื่นชม เผชิญหน้ากับแม่ลูกงามล้ำเช่นนี้ ชิ่นหยวนหาวกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย”
“แม่ลูกทั้งสองไร้ที่พึ่ง รู้สึกว่าชิ่นหยวนหาวเป็นคนที่ฝากชีวิตได้ จึงใช้ความงามยั่วยวน ชิ่นหยวนหาวตรงไปตรงมาบอกว่าตนฝึกวิชาพรหมจรรย์ ไม่อาจเสียความบริสุทธิ์”
“ชิ่นหยวนหาวรักษาสัญญา ดูแลแม่ลูกโดยไม่เสียมารยาท สุดท้ายหาคนดีได้ จึงฝากแม่ลูกทั้งสองไว้กับเขา”
“ในโลกนี้มีวีรบุรุษเที่ยงธรรมเช่นนี้ด้วย มีเงินแต่ไม่รักเงิน เห็นโฉมงามแต่ไม่หวั่นไหว!” คำสรรเสริญของเมิ่งจิ่งโจวได้รับการเห็นด้วยจากคนรอบข้าง
“ชิ่นหยวนหาวช่างเป็นคนดีจริงๆ”
“น่าเสียดายที่ข้าไม่รู้จักชิ่นหยวนหาว ไม่งั้นต้องขอยืมหินวิเศษบ้างแน่!”
“ใครว่าวีรบุรุษผ่านด่านนางงามไม่ได้ ชิ่นหยวนหาวนี่ไงล่ะผ่านได้?”
ที่มุมห้อง หม่านกู่มองลู่หยางผู้เล่าและเมิ่งจิ่งโจวผู้เสริม รู้สึกว่าพวกเขาเก่งจริงๆ ไม่ต้องมีบท พูดปากเปล่าก็แต่งเรื่องออกมาได้
เมื่อไหร่เขาจะมีพรสวรรค์แบบนี้บ้าง
นักดื่มทั้งหลายชอบโอ้อวด โอ้อวดเรื่องที่คนอื่นไม่รู้
ตอนที่พวกเขาฟังลู่หยางเล่าเรื่อง ต่างก็ดื่มไม่น้อย รายละเอียดบางอย่างจำไม่ชัด นี่คือสิ่งที่พวกเขาพบตอนคุยโม้หลังดื่ม
เรื่องเล่าไปแค่ครึ่งเดียว จะบอกว่าลืมครึ่งหลังก็เสียหน้า พวกเขาจึงแต่งต่อตามจินตนาการ
แต่ละคนลืมไม่เหมือนกัน แต่งไม่เหมือนกัน จึงทำให้เกิดข่าวลือต่างๆ นานาเกี่ยวกับชิ่นหยวนหาว
…
“พวกเจ้าได้ยินเรื่องคนใ