ตอนที่ฉีอู๋พบนายพรานแก่ ในละแวกนั้นยังมีบ้านอีกหลายหลัง ดูปกติ แต่ล้วนเป็นผีปอบแปลงกาย
หลังเสือปีศาจถูกกำจัด พวกผีปอบตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร วุ่นวายไปหมด บางคนบอกให้ลงจากเขา บางคนบอกให้ซ่อนตัวในเขาต่อ จะทำอย่างไรดี ยังหาข้อสรุปไม่ได้
ขณะที่พวกมันกำลังเถียงกัน สามคนก็ปรากฏตัว จับพวกมันไว้ทั้งหมด เมิ่งจิ่งโจวปล่อยพลังหยางบริสุทธิ์เพียงเล็กน้อย ผีปอบพวกนี้ก็ทรุดลงกับพื้นร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
“ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้มากขนาดนี้ สองตนก็พอปลอมเป็นผู้บำเพ็ญฝ่ายมารได้แล้ว” ลู่หยางพูดเย็นชา สำหรับผีปอบที่ยอมเป็นสมุนให้เสือปีศาจพวกนี้ ไม่จำเป็นต้องสงสาร
หากไม่ยอมรับข้อเสนอของเสือปีศาจ ก็คงไม่ได้กลายเป็นผีปอบ
สมควรตาย
ลู่หยางลองดู ก็ยังคงไม่สามารถควบคุมผีปอบได้ ทำได้แค่แยกจิตออกจากร่าง
“หม่านกู่ พึ่งเจ้าแล้ว”
หม่านกู่ไม่พูดอะไรมาก เก็บผีปอบที่เคยเป็นนักเดินทางไว้สองตน ที่เหลือกำจัดทั้งหมด สะอาดเรียบร้อย
ใช้ผีปอบนายพรานอาจทำให้ลัทธิมารเห็นพิรุธ เดาได้ว่าได้มาจากการฆ่าเสือปีศาจ ใช้ผีปอบนักเดินทาง เสี่ยงน้อยกว่ามาก
“เก็บ” หม่านกู่เก็บผีปอบนักเดินทางชายหญิงสองตนเข้าในร่าง
นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิชาควบคุมผี เก็บผีเข้าร่าง เรียกออกมาต่อสู้ยามจำเป็น
ระหว่างทางไปมณฑลเหยียนเจียง สามคนพบฉีอู๋และคณะที่ยังคงวนเวียนอยู่ในป่าเขา
ตอนนี้ฝนยังตก ฉีอู๋และคณะไม่รู้จักเส้นทาง จึงหาทางลงเขาไม่เจอ
“ผู้มีพระคุณ!” ฉี