ด้แค่คอยดักรอ รอให้เสือปีศาจมากิน… เข้าไปก่อนค่อยว่ากัน”
หม่านกู่ครุ่นคิด นี่คงเป็นความหมายที่ตำราพูดถึงว่า ‘บัณฑิตซ่อนอาวุธในกาย’ กระมัง?
“ใช่แล้วๆ ต้องเป็นความหมายนี้แน่ๆ สมกับที่ว่าอ่านหนังสือหมื่นเล่มต้องเดินทางหมื่นลี้” หม่านกู่ดีใจใหญ่ ก่อนหน้านี้เขาอ่านประโยคนี้เท่าไรก็คิดไม่ออกว่าหมายถึงอะไร แต่พอได้ออกมาทำภารกิจกับลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวเพียงครั้งเดียว ก็ได้ความรู้เช่นนี้
อาจารย์พูดถูก อยากเรียนให้ดี ต้องหาแบบอย่างที่ดีในการเรียนก่อน!
สามคนเลือกรูปปั้นเทพของตัวเอง หลังเข้าไปแล้ว รักษาท่าทางเหมือนรูปปั้น เว้นไว้แค่ดวงตาคู่หนึ่ง
“เฮ้ๆๆ ได้ยินไหม?” ลู่หยางใช้วิชาส่งจิตพูดในใจ
วิชาส่งจิตเป็นวิชาที่สามคนเพิ่งเรียนระหว่างทาง ในระยะใกล้ๆ ไม่ต้องใช้พลังวิเศษ อาศัยเพียงความคิดก็สื่อสารกันได้ เรียนง่าย แค่ฝึกฝนจิตใจเล็กน้อยก็ใช้ได้
“ได้ยิน” เมิ่งจิ่งโจวและหม่านกู่ตอบ
“รถม้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” เมิ่งจิ่งโจวเป็นห่วงรถม้าและม้าแก่ของตน
พวกเขาเพื่อไม่ให้เสือปีศาจสังเกตเห็นร่องรอย จึงฝากรถม้าไว้กับโรงแรมในมณฑลเหยียนเจียง
“ข้อมูลที่พวกเรารู้เกี่ยวกับเสือปีศาจมีน้อยเกินไป ตอนนี้ที่แน่ใจได้คือ เสือปีศาจตัวนี้มีระดับอยู่ระหว่างขั้นสร้างฐานต้นถึงขั้นแก่นทองคำต้น มีนิสัยเจ้าเล่ห์ ระมัดระวัง กลัวทำร้ายผู้บำเพ็ญแล้วจะเกิดเรื่อง จึงกินแต่คนธรรมดา ไม่กินผู้บำเพ็ญ หากผู้บำเพ็ญค้นหาในเขา มันก็จะซ่อนตัวไ