สามวันต่อมา
ลู่หยางสวมชุดคล่องตัว หลังตรง บนใบหน้ามีรอยยิ้มตื่นเต้นที่ในที่สุดก็ท่องเนื้อหาในกระดาษสีทองได้
“ท่องให้ข้าฟังสักรอบ”
“พันลี้ดำรงอยู่ เบื้องหน้าชัดเจน ปล่อยแล้วคลี่คลาย…” ลู่หยางท่องได้คล่อง ไม่มีติดขัด เห็นได้ว่าเขาจดจำเนื้อหาได้แม่นยำ
อวี้จือพยักหน้า คาถาเข้าใจยาก ทุกตัวอักษรแฝงความหมายลึกซึ้ง การท่องสิ้นเปลืองพลังจิตมาก ที่ลู่หยางท่องได้ถึงระดับนี้ พิสูจน์ได้ว่าเขาทุ่มเทมาก
“คาถานี้เป็นเพียงบทนำ ช่วงแรกที่ยังใช้วิชาไม่คล่อง ท่องในใจจะช่วยให้ใช้วิชาสำเร็จ เมื่อถึงช่วงหลังที่ใช้ย่นพื้นที่เป็นนิ้วได้คล่องแล้ว คาถานี้ก็ไม่จำเป็น”
“ย่นพื้นที่เป็นนิ้วเป็นวิชาเกี่ยวกับพื้นที่ เจ้าบำเพ็ญยังเร็วไปหน่อย แต่เจ้าเป็นศิษย์ของอาจารย์ ตอนอาจารย์มีวิชาเท่าเจ้าก็เรียนวิชานี้ได้ บางทีเจ้าอาจทำได้”
“การฝึกวิชาเกี่ยวกับพื้นที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือระวังความปลอดภัย หากพื้นที่คลาดเคลื่อน จะถูกตัดขาดหัวกับตัว หรือถูกฟันขาดที่เอว ดังนั้นในวงการบำเพ็ญจึงมีกฎไม่เป็นทางการว่า การฝึกวิชาเกี่ยวกับพื้นที่ ต้องมีผู้อาวุโสที่เชี่ยวชาญด้านพื้นที่คอยแนะนำข้างๆ”
อวี้จือเคร่งขรึมอย่างที่ไม่ค่อยเห็น ลู่หยางเห็นดังนั้นก็เก็บรอยยิ้ม ตั้งใจฟังอวี้จือสอน
“หลักการของวิชาย่นพื้นที่เป็นนิ้วคือ ย่นพื้นดินให้เล็กเท่านิ้ว ผู้ใช้วิชาก้าวข้ามอย่างง่ายดาย ผ่านระยะทางไม่สิ้นสุด ไปถึงอีกที่หนึ่ง ยิ่งใช้คล่อง พื้นที่ที่ย่