เซียนที่หายากยิ่งกว่ารากฐานโสด ข้าได้ยินว่าสำนักอื่นๆ ในร้อยปีมานี้ก็รับอัจฉริยะที่ไม่ด้อยกว่ารากฐานโสดมาไม่น้อย จากสิ่งเหล่านี้พอจะเห็นเค้าลางของยุคทองโบราณได้”
มุมปากของอวี้จือยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ อย่างที่ไม่ค่อยเห็น ดูเหมือนเยาะหยัน “ยุคทองโบราณว่าเป็นความรุ่งโรจน์ แต่ที่จริงวุ่นวายที่สุด ยุคทองก็คือยุควุ่นวาย ฝ่ายต่างๆ และผลประโยชน์พันกันยุ่ง ปีศาจมารคิดเล่ห์กล จิตใจคนคาดเดาไม่ได้ ชีวิตขึ้นอยู่กับสวรรค์ คนบริสุทธิ์ต้องตายไปมากมายกว่าจะได้ผู้แกร่งกล้าในการบำเพ็ญเซียนสักคน พูดถึงความสงบสุขแล้วสู้ปัจจุบันไม่ได้”
ลู่หยางรู้สึกว่ารอยยิ้มของศิษย์พี่ใหญ่เย็นชามาก
ลู่หยางเคยเห็นการบรรยายถึงยุคทองโบราณในตำรา ยุคทองโบราณถือกำลังเป็นใหญ่ ผู้ชนะคือราชา ไม่แบ่งธรรมะอธรรม มนุษย์ในตอนนั้นก็เป็นแค่หนึ่งในผู้แข็งแกร่งทั้งหลาย ห่างไกลจากการเป็นเจ้าแห่งทวีปเหมือนทุกวันนี้
ปีศาจมารออกมา มังกรเสือต่อสู้ อัจฉริยะท่องทั่วแผ่นดิน สร้างชื่อเสียงด้วยเลือดและกระดูก ตัดสินใจเด็ดขาด มีผู้แกร่งกล้านับไม่ถ้วนกลายเป็นตำนานที่ผู้คนนับล้านเคารพบูชาในกระบวนการนี้ เป็นเป้าหมายที่ผู้บำเพ็ญพยายามชั่วชีวิตก็ไม่อาจแตะต้อง อ่านแล้วทำให้ใจเต้นระรัว อยากข้ามเวลาไปยุคนั้น แสดงความสามารถของตน
ในยุควุ่นวายเช่นนี้ วีรบุรุษและคนกล้าถึงจะมีโอกาสแสดงฝีมือ
แต่เมื่อเห็นสีหน้าของศิษย์พี่ใหญ่ ลู่หยางถึงตระหนักว่า ยุคทองโบราณเป็นเ