นับแต่นั้นมา ชีวิตของลู่หยางก็เต็มไปด้วยสาระ ยามเช้านั่งบนยอดเขา ห้าจุดหันสู่ฟ้า อาบแสงอรุณ ช่วงเช้าฝึกกระบี่ บ่มเพาะจิตใจและกระบี่ กลางวันนอนบนต้นไม้ งีบสักครึ่งชั่วยาม บ่ายก็สดชื่น ต่อสู้กับหุ่นกล โดนหุ่นกลซ้อม กินอาหารเย็นแล้ว จุดเทียนอ่านหนังสือยามค่ำ ทำการบ้านที่ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้
ผ่านไปหนึ่งปีเช่นนี้ การบำเพ็ญของลู่หยางก็ก้าวหน้าอย่างมั่นคง
…
“ดูเร็ว คนนั้นใช่ศิษย์คนที่สี่ของเจ้าสำนัก ลู่หยางผู้มีรากฐานกระบี่หรือไม่?”
ในตำหนักภารกิจ ลู่หยางสวมชุดขาว ดวงตาเปล่งประกาย ที่ด้ามกระบี่มีพู่แดงผูกไว้ สะดุดตาเป็นพิเศษ
ใครเห็นก็ต้องชมว่าช่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม
ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าส่วนใหญ่รู้จักกัน โดยเฉพาะในสถานที่อย่างตำหนักภารกิจ เมื่อเจอคนที่ไม่ค่อยได้เห็น ก็มักจะพูดคุยสักสองสามประโยค เพื่อความแปลกใหม่
ลู่หยางได้อันดับหนึ่งในการทดสอบแรกเข้า มีรากฐานกระบี่ ทำให้วิญญาณแม่น้ำผู้ใจดีและไต้ปู้ฟานสนใจ เป็นศิษย์เจ้าสำนัก ทั้งยังได้ศิษย์พี่ใหญ่สั่งสอนโดยตรง หลายเหตุผลรวมกันทำให้เขาโดดเด่นในรุ่นใหม่ มีชื่อเสียงมาก
แม้แต่เถาเหยาเย่ผู้มีโฉมงามเทพก็สู้ลู่หยางไม่ได้
“นั่นลู่หยางที่ศิษย์พี่ใหญ่สั่งสอนโดยตรงน่ะหรือ? เอ๊ะ จริงด้วย”
“ได้ยินว่าเขาเข้าสำนักมาปีหนึ่ง เมื่อสองสามวันก่อนเพิ่งเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐาน”
“ขั้นสร้างรากฐานแล้วหรือ น่าจะมารับภารกิจฝึกฝนตนเองสินะ”
สำหรับสายตารอบข้างที่มองเหมือนดูสั