ควบคุมพลังให้ดีขึ้นในวันพรุ่งนี้…
ลู่หยางที่กำลังหลับสนิทรู้สึกว่ามีแสงขาวจ้าส่องใส่หน้า สว่างจนต้องหรี่ตา ค่อยๆ ปรับสายตาให้ชินกับแสงจ้าแล้วพยายามลืมตา
นี่คือพื้นที่ขาวสะอาด รอบข้างเต็มไปด้วยหมอกหนา มีเพียงบริเวณรอบตัวลู่หยางที่มองเห็นชัดเจน แต่หาต้นกำเนิดแสงไม่พบ
“ที่นี่คือที่ไหน?” ลู่หยางรู้สึกตกใจ เขานอนอยู่ในสำนักเวิ่นเต๋าที่เต็มไปด้วยผู้ทรงฤทธา ศิษย์พี่ใหญ่ก็อยู่ห้องข้างๆ ใครกันที่สามารถพาเขามาที่ลึกลับนี้ได้โดยไร้สุ้มเสียง?
อีกฝ่ายมีเจตนาดีหรือร้าย?
เสียงกึกก้องดังมาจากในหมอก เสียงแผ่วไกล ราวกับพูดมาจากยุคโบราณ สะท้อนก้องในสายธารกาลเวลา
“เด็กน้อย ที่นี่คือพื้นที่ชั่วคราวที่ข้าสร้างขึ้น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้”
ลู่หยางใจหายวาบ ความสามารถของอีกฝ่ายเหนือความคาดหมาย เขาได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่มีเจตนาร้าย
“ข้าได้เห็นกาลเวลาผ่านพ้น เห็นยอดฝีมือนับไม่ถ้วนครองความยิ่งใหญ่ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการกัดกร่อนของกาลเวลา ความมุ่งมั่นที่จะต่อกรกับฟ้าดินกลายเป็นเพียงเสียงถอนหายใจก่อนสิ้นใจ”
“ไม่ว่าจะเก่งกาจเพียงใด ข้าก็ยังคงอยู่อย่างอิสระ ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์” เสียงของอีกฝ่ายแหบพร่าและโศกเศร้า แฝงความเหนื่อยล้าของการมีชีวิตอยู่มานับพันปี
การดำรงอยู่ของผู้ทรงฤทธานี้เกินกว่าที่ลู่หยางจะจินตนาการได้
“วันนี้ข้าเกิดลางสังหรณ์ จึงคำนวณดูและพบว่าเจ้ามีวาสนากับข้า จึงเรียกวิญญาณเจ้ามายังพื้นที่ถ่ายทอด