ับมีพลังประหลาดหล่อเลี้ยงร่างกาย
“นี่คือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าลมปราณหรือ?”
หลังจากตั้งสติได้ ลู่หยางก็ประหลาดใจมาก ความเข้มข้นของลมปราณในถ้ำพักสูงจนแม้แต่คนธรรมดาอย่างเขาก็รู้สึกได้ คิดดูว่ามันผิดปกติขนาดไหน
ข้าวของในถ้ำพักเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะหนึ่งตัว เบาะนั่งหนึ่งอัน เสื่อหญ้าหนึ่งผืน เมื่อเทียบกับถ้ำพักที่กว้างขวาง ดูโล่งเกินไป ไม่รู้ว่านี่เป็นการเตือนศิษย์ให้มักน้อยสันโดษ หรือให้ศิษย์ตกแต่งตามใจชอบ
บนโต๊ะมีกระดาษแผ่นหนึ่ง ทั้งหน้าหลังมีข้อความ
ด้านหน้าเขียนว่าศิษย์ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการบำเพ็ญเลยสามารถไปยังเขาถ่ายทอดเพื่อเรียนรู้ความรู้พื้นฐาน หรือไปหอคัมภีร์เรียนรู้ด้วยตนเอง
ด้านหลังเป็นแผนที่สำนักเวิ่นเต๋า ค่อนข้างคร่าวๆ วาดยอดเขาหลักของสำนักเวิ่นเต๋า เว้นที่ว่างไว้มาก จากแผนที่จะเห็นว่าสำนักเวิ่นเต๋าครอบคลุมพื้นที่หนึ่งแสนลี้ ใหญ่โตเกินจินตนาการของลู่หยางจริงๆ
เนื้อหาด้านหน้าทำให้ลู่หยางที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรในหนึ่งเดือนข้างหน้ามีทิศทาง
ลู่หยางหาว เขาต้องนอนให้สบาย
ตั้งแต่ออกจากบ้านเจอฝน จนใช้อุปนิสัยจริงใจและปัญญาอันโดดเด่นผ่านสามด่าน ได้รับความสนใจจากศิษย์พี่ใหญ่อวี้จือ ศิษย์พี่รองไต้ปู้ฟาน สุดท้ายได้เป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า เหตุการณ์วันนี้ทำให้เขาเหนื่อยล้าทั้งกายใจ ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น
“สำนักเวิ่นเต๋าทำไมไม่มีหมอนให้…”
ลู่หยางบ่นพึมพำ ความเหนื่อยล้าทั้งวันถาโถมเข้ามาในตอนนี้