“…ทำไมชื่อสามัญฟังดูเป็นทางการกว่าชื่อทางการอีก?” ลู่หยางบ่นเบาๆ อยู่ด้านหลัง
“เพราะผู้อาวุโสที่มีรากฐานหยางบริสุทธิ์คนแรกเรียกรากฐานของตนว่ารากฐานโสด” วิชาของอวี้จือลึกล้ำจนวัดไม่ได้ เสียงบ่นเบาๆ ของลู่หยางจึงไม่ต่างจากการพูดข้างหูนาง ได้ยินชัดเจน
อวี้จือหยุดครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “วงการบำเพ็ญเซียนมีธรรมเนียมเคารพผู้อาวุโสโสด”
ดูเหมือนการพูดเพิ่มประโยคนี้จะทำให้น่าเชื่อถือขึ้น
เมิ่งจิ่งโจวผ่านด่านแรกอย่างเป็นธรรมชาติ หลังเมิ่งจิ่งโจวก็ถึงคิวลู่หยาง
“หืม?! อีกคนเป็นรากฐานชนิดเดียวอีกแล้ว?!” ม่านตาของไต้ปู้ฟานหดเล็กลง เมื่อครู่ยังบ่นว่าทำงานตั้งครึ่งวันไม่เจอรากฐานชนิดเดียวเลย ตอนนี้เจอติดกันสองคนเลย
“ข้า มีรากฐานชนิดเดียวหรือ?” ลู่หยางชี้ที่ตัวเอง หัวใจเต้นตึกตัก รู้สึกเหมือนได้ยินผิด มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ถูกต้อง เจ้าเป็นรากฐานชนิดเดียวกลายพันธุ์ รากฐานกระบี่” ไต้ปู้ฟานพยักหน้ายืนยัน เขายังไม่เคยผิดพลาดในการตรวจรากฐาน
รากฐานกระบี่ เกิดมาพร้อมกับกระบี่ คมกริบไร้เทียมทาน เหมาะกับการโจมตีที่สุด!
ศิษย์พี่ใหญ่อวี้จือมองลู่หยางอย่างประหลาดใจเล็กน้อย นางยอมขึ้นรถม้าเพียงเพราะตามอำเภอใจ ไม่คิดว่าคนทั้งสองบนรถจะเป็นอัจฉริยะระดับสูงในการบำเพ็ญเซียน
สายตาผู้คนยิ่งร้อนแรง เริ่มคำนวณว่ามีสาวน้อยวัยไล่เลี่ยกับลู่หยางคนไหนบ้าง อยากจะจับตัวลู่หยางไปแต่งเข้าตระกูลของพวกเขา
ต่างจากเมิ่งจิ่งโจวที่