สิบแปดปี เกินอายุแล้ว กลับไปเถอะ”
เณรน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งตามพระผู้ใหญ่มาหน้าไต้ปู้ฟาน คำนับอย่างจริงจัง
ไต้ปู้ฟานมองผ่านๆ โยนเณรน้อยคืนให้พระผู้ใหญ่ “สามเณรวัดเสวี่ยนคงมาทำอะไรที่นี่ ในร่างเจ้ามีตราประทับของเจ้าอาวาสวัดเสวี่ยนคง ไปๆๆ กลับวัดเสวี่ยนคงของเจ้าไป”
“ข้าจำได้ว่าวัดเสวี่ยนคงเป็นหนึ่งในห้าสำนักใหญ่ใช่หรือไม่?” ลู่หยางถามเมิ่งจิ่งโจวเบาๆ
เมิ่งจิ่งโจวพยักหน้า พูดอย่างจริงจัง “วัดเสวี่ยนคงเป็นหนึ่งในห้าสำนักใหญ่ที่มีศิษย์น้อยที่สุด ในยามที่น้อยที่สุดมีเพียงเจ้าอาวาสและศิษย์หนึ่งคน แม้ในยามที่มากที่สุดก็มีไม่เกินสิบคน เณรน้อยผู้นี้แม้ยังไม่ได้บำเพ็ญเซียน แต่ก็เป็นศิษย์วัดเสวี่ยนคงแล้ว แน่นอนว่าต้องมีจิตพุทธอันลึกล้ำ”
เขามองสามเณรน้อยที่ถูกศิษย์พี่วัดเสวี่ยนคงพาไป ราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ “แต่เดิมข้าคิดว่าในอนาคตข้าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการบำเพ็ญเซียน ไม่คิดว่ายังมีคนที่มีคุณสมบัติมาเป็นคู่แข่งของข้าได้”
ลู่หยางไม่รู้ว่าเมิ่งจิ่งโจวมั่นใจมาจากไหน “ท่านไม่กังวลบ้างหรือว่าคุณหนูอวี้จือจะไล่พวกเราออกไป?”
“กลัวอะไร ท่านไม่เห็นหรือว่าในนิยายเขียนกันแบบนี้ สำนักใหญ่ตาบอด ใส่ร้ายป้ายสี ไล่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ออกจากสำนัก ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ถือเป็นความอับอาย มุ่งมั่นพากเพียร โชคดีไม่ขาดสาย พุ่งทะยานขึ้นฟ้า กลายเป็นผู้ที่สำนักใหญ่ต้องมองลง… เอ๊ะ ไม่ใช่ ต้องแหงนมองขึ้น”
ลู่หยางเงียบไปครู่หนึ่งก