นัด”
“ผมเหลือสิบห้านัด!”
“ผมยิงหมดแล้ว…”
“ผมยังมีแม็กกาซีนอีกสองอันไม่ได้ใช้…”
เสียงรายงานดังขึ้นเป็นระยะ สับสนวุ่นวาย
นายทหารของฟางโจวคนนั้นเดินเข้ามา เขามองดูแม็กกาซีนเปล่าในมือของทหารใหม่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยที่ไม่ปิดบัง
“เหอะๆ เพิ่งจับปืนครั้งแรกสินะ? ยิงมันส์ดีนี่” เขาเหลือบมองปลอกกระสุนที่เกลื่อนพื้น “แค่พวกแกยิงแบบนี้ โรงงานของคุณหลินทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่หยุด ก็คงไม่พอให้พวกแกผลาญหรอก”
เถี่ยซานได้ยินดังนั้น ความโกรธก็พุ่งขึ้นสมอง “แกหมายความว่ายังไง!” เขาคอแข็ง จ้องมองนายทหารคนนั้น “พวกเรากำลังฆ่าซอมบี้ ปกป้องขบวนรถ!”
“ปกป้องขบวนรถ?” นายทหารของฟางโจวหัวเราะออกมา “ฉันว่าพวกแกกำลังฟังเสียงมากกว่า กราดยิงฝูงซอมบี้มั่วซั่ว ไม่มีเป้าหมายเลย กระสุนยิงขึ้นฟ้าหมด ถ้าไม่ใช่เพราะคนของเราช่วยพวกแกต้านไว้ ตอนนี้พวกแกคงถูกซอมบี้ฉีกเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว!”
“แก!” เถี่ยซานโกรธจนหน้าแดงก่ำ
เขาอยากจะโต้แย้ง แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายพูดถูก
เมื่อครู่พวกเขาตกใจจริงๆ แค่เอาแต่เหนี่ยวไก ไม่เคยคิดถึงเรื่องความแม่นยำและการประหยัดกระสุนเลย
“อะไร? ไม่พอใจเหรอ?” นายทหารของฟางโจวก้าวไปข้างหน้า ใช้นิ้วชี้ไปที่ปืนในอ้อมแขนของเถี่ยซาน “ถือปืนดีๆ ที่คุณหลินให้ แต่กลับสู้รบได้ห่วยแตกขนาดนี้ ถ้าฉันเป็นพวกแก คงไม่มีหน้ามายืนอยู่ที่นี่หรอก”
“หุบปากกันให้หมด”
เย่อิงเอ่ยปากทันเวลา ดับไฟโกรธของทุกคน
นายทหารของฟางโจ